วันที่ 8 พ.ย. 2569 ขบวนเรือพระราชพิธีที่เคลื่อนผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา สะท้อนถึงความงดงามของศิลปวัฒนธรรมและพระราชประเพณีอันทรงคุณค่าของไทย ซึ่งได้รับการสืบทอดมาอย่างยาวนานหลายร้อยปี โดยพระราชพิธีพยุหยาตราทางชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี วันที่ 3 มิถุนายน 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งพระราชพิธีสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของมรดกทางวัฒนธรรมไทย

สำหรับขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ ประกอบด้วยเรือพระราชพิธีรวมทั้งสิ้น 52 ลำ แบ่งเป็นเรือพระที่นั่ง 4 ลำ ได้แก่ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช ซึ่งเป็นเรืออัญเชิญผ้าพระกฐิน เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ และเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 นอกจากนี้ยังมีเรือรูปสัตว์ 8 ลำ เรือพิฆาต 2 ลำ เรือคู่ชัก 2 ลำ เรือประตู 2 ลำ เรือกลอง 2 ลำ เรือตำรวจ 3 ลำ เรือดั้ง 22 ลำ และเรือแซง 7 ลำ

การจัดรูปขบวนเป็นแบบ 5 ริ้ว 3 สาย ประกอบด้วยริ้วสายกลาง 10 ลำ ริ้วสายใน 14 ลำ และริ้วสายนอก 28 ลำ รวมทั้งหมด 52 ลำ แสดงถึงความประณีต ความพร้อมเพรียง และระเบียบแบบแผนตามโบราณราชประเพณี

ในการนี้ กองบังคับการตำรวจน้ำ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้รับเกียรติให้เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติภารกิจถวายความปลอดภัยทางน้ำ โดยจัดกำลังพล 160 นาย พร้อมเรือตรวจการณ์และเรือสนับสนุนรวม 13 ลำ เข้าร่วมปฏิบัติหน้าที่ในหมู่เรือถวายความปลอดภัยทางน้ำ หมู่เรือจัดระเบียบการจราจรทางน้ำ และหมู่เรือสนับสนุน ตลอดจนจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำท่าเรือและจุดสำคัญตามเส้นทางขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

ภารกิจดังกล่าวเป็นการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน โดยกองบังคับการตำรวจน้ำได้บูรณาการกำลังกับกองทัพเรือ กรมเจ้าท่า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านการนำขบวนอารักขา การควบคุมและจัดระเบียบการจราจรทางน้ำ การเฝ้าระวังพื้นที่ รวมถึงการประสานงานดูแลความปลอดภัยทั้งทางบกและทางน้ำ เพื่อให้การดำเนินพระราชพิธีเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ปลอดภัย และสมพระเกียรติ

สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในหมู่เรือถวายความปลอดภัยทางน้ำ ตำรวจน้ำได้จัดเรือตรวจการณ์หุ้มเกราะหมายเลข 350 และ 351 ทำหน้าที่เป็นเรือนำและเรือตามขบวนเสด็จ พร้อมเรือยางยุทธวิธีหมายเลข 360 และ 362 ปฏิบัติหน้าที่ขนาบข้าง เพื่อสนับสนุนการถวายความปลอดภัยตลอดเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินทางน้ำ

นอกจากนี้ ยังมีการจัดเรือตรวจการณ์สนับสนุนตามจุดต่าง ๆ ในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อควบคุมการจราจรทางน้ำ เฝ้าระวังและป้องกันเหตุ รวมถึงดูแลความปลอดภัยในพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและผู้ใช้เส้นทางสัญจร โดยประสานการปฏิบัติงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนอย่างมีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนให้น้อยที่สุด

เบื้องหลังความงดงามและความสมพระเกียรติของพระราชพิธี คือความมุ่งมั่นและความเสียสละของกำลังพลจากทุกหน่วยงาน ซึ่งต้องอาศัยความพร้อม ความแม่นยำ ระเบียบวินัย และความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ทุกตำแหน่ง เพื่อถวายความปลอดภัยและดูแลความเรียบร้อยตลอดเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน

กองบังคับการตำรวจน้ำระบุว่า การได้ร่วมปฏิบัติภารกิจในพระราชพิธีครั้งสำคัญนี้ ถือเป็นเกียรติยศและความภาคภูมิใจของข้าราชการตำรวจน้ำ ที่ได้ใช้ความรู้ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจงรักภักดีและความเสียสละ อีกทั้งยังสะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมของหน่วยงานในการสนับสนุนภารกิจสำคัญของประเทศ ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยและความสงบสุขของประชาชน

ทั้งนี้ วิสัยทัศน์ของผู้บังคับการตำรวจน้ำระบุไว้ว่า มุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ปราบปรามภัยคุกคามทางน้ำอย่างมืออาชีพ พร้อมดูแลและเข้าถึงทุกพื้นที่ เพื่อความสงบสุขของประชาชน

กองบังคับการตำรวจน้ำ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ยืนยันความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจอันทรงเกียรติในครั้งนี้ พร้อมยึดมั่นในเกียรติ ศักดิ์ศรี และความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เพื่อปฏิบัติภารกิจถวายความปลอดภัยอย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ขบวนเรือพระราชพิธีที่เคลื่อนผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา จึงไม่เพียงแสดงถึงความวิจิตรตระการตาของเรือแต่ละลำเท่านั้น แต่ยังเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่สะท้อนภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรม และความภาคภูมิใจในมรดกของชาติไทย ซึ่งทุกภาคส่วนร่วมกันสืบสานและธำรงรักษาพระราชประเพณีอันงดงามให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทยสืบไป

ตำรวจน้ำ CIB - เกียรติยศแห่งหน้าที่ ความภาคภูมิใจแห่งการถวายงาน