เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการตรวจค้นบริษัทและสถานประกอบการ 2 แห่งในจังหวัดเชียงใหม่ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ว่า ถูกบริษัทนำเที่ยวหลอกพาไปซื้อผลิตภัณฑ์อาหารเสริมในราคาสูงถึงกล่องละ 40,000 บาท พร้อมอวดอ้างสรรพคุณเกินจริงว่าสามารถรักษาโรคได้ โดยผู้บรรยายแอบอ้างตัวเป็นแพทย์แผนโบราณ แต่เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางกลับถึงประเทศจึงพบว่าสินค้าดังกล่าวไม่มีเครื่องหมาย อย.
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ท.พงษ์สยาม มีขันทอง ผบช.ทท. ที่มุ่งเน้นปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบซึ่งส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว พร้อมยกระดับการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ภายใต้แนวทาง One Team, One Strongest for Safety Tourism โดยได้สั่งการให้ พ.ต.อ.แมน รถทอง ผกก.สส.บช.ทท. พ.ต.อ.พิษณุ เตรียมดี ผกก.2 บก.ทท.2 พ.ต.ท.เจษฎา ทองทา รอง ผกก.สส.บช.ทท. พ.ต.ท.หญิงหทัยทิพย์ ยันตระประกิจ สว.กก.สส.บช.ทท. และ พ.ต.ท.อวิรุทย์ สุขแย้ม สว.กก.2 บก.ทท.2 เร่งสืบสวนและกวาดล้างขบวนการดังกล่าวทันที
ล่าสุด ตำรวจ กก.สส.บช.ทท. ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ นิติกรกรมการท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ นำหมายค้นศาลจังหวัดเชียงใหม่เข้าตรวจสอบเป้าหมายสำคัญ 2 แห่งในจังหวัดเชียงใหม่
จุดแรก บริษัท จินควาง เจ็มโวโลจี จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 55/7 หมู่ 2 ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่พบผลิตภัณฑ์อาหารเสริมภายใต้ชื่อ AKAR PLUS จำนวน 4 รายการ โดย 2 รายการเป็นผลิตภัณฑ์ยาหรืออาหารควบคุมที่ไม่มีเครื่องหมาย อย. จึงตรวจยึดและอายัดไว้เพื่อตรวจสอบ
ระหว่างเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 61 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ กำลังบรรยายขายสินค้าให้กับนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ภายในห้อง VIP เมื่อตรวจสอบพบว่าไม่มีใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) โดยเจ้าตัวยอมรับว่าแอบอ้างบรรยายขายสินค้า พร้อมกล่าวอ้างสรรพคุณว่าสามารถรักษาโรคต่างๆ ได้ ทั้งที่ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญ และดำเนินการลักษณะดังกล่าวมาแล้วนานกว่า 1 เดือน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ นอกจากนี้ยังจับกุม น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 27 ปี แรงงานสัญชาติเมียนมา และ น.ส.ซี (นามสมมติ) อายุ 26 ปี บุคคลไม่มีสัญชาติไทย ในข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือทำงานนอกเหนือสิทธิ์ที่จะทำได้ ก่อนควบคุมตัวทั้ง 3 รายส่งดำเนินคดีที่ สภ.สันกำแพง
ส่วนจุดที่ 2 บริษัท ไบโอ-โคเรีย เทรดดิ้ง จำกัด จากการตรวจสอบพบว่าเป็นโรงงานผลิตอาหารที่ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลับพบผลิตภัณฑ์บางรายการที่ไม่ได้ผลิตจากบริษัทดังกล่าวถูกนำมาวางจำหน่ายด้วย โดยเจ้าหน้าที่ อย. ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ยาและอาหารรวม 8 รายการ พบว่ามีเครื่องหมาย อย. ถูกต้อง 4 รายการ ติดฉลาก อย. ไม่ถูกต้อง 1 รายการ และอีก 3 รายการเป็นผลิตภัณฑ์ยาหรืออาหารเสริมที่มีสัญลักษณ์ AGAR THAI 2026 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ยาหรืออาหารควบคุมที่ไม่มี อย. เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดและอายัดไว้เพื่อนำไปตรวจสอบ หากพบว่ามีสารที่ไม่บริสุทธิ์หรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพ จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ขณะเดียวกัน ฝ่ายสืบสวนตำรวจท่องเที่ยวเตรียมขยายผลตรวจสอบบริษัทดังกล่าวว่า มีนายทุนชาวเกาหลีใต้เข้ามาประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว โดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางเข้าข่ายนอมินีหรือไม่
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กรมการท่องเที่ยวยังตรวจสอบประวัติและใบสั่งงานของมัคคุเทศก์ พบว่าบริษัทนำเที่ยว 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท M และบริษัท J ไม่ได้ระบุรายการพานักท่องเที่ยวไปยังร้านค้าทั้ง 2 แห่งไว้ในโปรแกรมนำเที่ยว จึงเข้าข่ายความผิดฐานไม่ปฏิบัติตามโปรแกรมนำเที่ยวและไม่แจ้งให้นักท่องเที่ยวทราบล่วงหน้า โดยนิติกรกรมการท่องเที่ยวเตรียมดำเนินมาตรการลงโทษขั้นเด็ดขาด ด้วยการพักใช้ใบอนุญาตบริษัททัวร์ทั้ง 2 แห่ง
ทั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวเน้นย้ำว่า พฤติการณ์หลอกลวงนักท่องเที่ยวให้ซื้อสินค้าในราคาสูงและไม่มีเครื่องหมาย อย. ถือเป็นการสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยอย่างร้ายแรง โดยตำรวจท่องเที่ยวจะเร่งปราบปรามและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของการท่องเที่ยวไทย
พร้อมประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวและประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 หรือแจ้งเหตุผ่าน Thailand Tourist Police Application (TPB App) ได้ตลอดเวลา