วันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 ทีมโฆษกประจำกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยความคืบหน้าการควบคุมตัวนายอธิป อนันทวรรณ หรือก๊อต และ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือบุ๋ม ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน หลังถูกส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครและทัณฑสถานหญิงกลาง โดยรายงานผลการตรวจสุขภาพ การปรับตัว และความเป็นอยู่ภายในสถานควบคุม พร้อมระบุว่าในวันอาทิตย์เรือนจำงดให้ญาติเข้าเยี่ยม ประกอบกับทั้งสองยังอยู่ในช่วงกักกันโรค
สำหรับนายอธิป เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครได้รับตัวจากศาลอาญาเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ในฐานะผู้ต้องขังระหว่างสอบสวน โดยพยาบาลเวรได้ตรวจสุขภาพแรกรับ พบว่ามีสติสัมปชัญญะดี สามารถตอบคำถามและสื่อสารรู้เรื่อง รวมถึงช่วยเหลือตัวเองได้ตามปกติ ไม่มีอาการเหนื่อยหอบ ทั้งนี้ เจ้าตัวแจ้งว่ามีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคเก๊าท์และโรคไต ซึ่งเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องที่โรงพยาบาลสุขุมวิทมาประมาณ 3 ปี ไม่มีประวัติแพ้ยาและอาหาร ส่วนรอยฟกช้ำตามร่างกายระบุว่าเคยผ่าตัดเย็บเอ็นบริเวณต้นแขนขวา นอกจากนี้ยังให้ข้อมูลว่าไม่ได้สูบบุหรี่ ดื่มสุราเป็นบางครั้ง และปฏิเสธการใช้สารเสพติด ขณะนี้เจ้าหน้าที่ส่งตัวเข้ากักกันโรคผู้ต้องขังใหม่เป็นเวลา 5 วัน ที่แดน 2 หรือแดนแรกรับ ตามมาตรการของเรือนจำ
ขณะที่ น.ส.ปนัดดา ถูกส่งตัวเข้าทัณฑสถานหญิงกลางเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน เวลา 17.00 น. หลังศาลอาญามีคำสั่งฝากขังเป็นเวลา 12 วัน ครั้งที่ 1 โดยเจ้าหน้าที่ดำเนินการรับตัวตามขั้นตอน ทั้งจัดทำประวัติส่วนบุคคล ตรวจร่างกาย และประเมินสภาพจิตใจ ผลตรวจพบว่ามีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว ส่วนสภาพจิตใจโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่มีความกังวลและเป็นห่วงลูกกับแม่ที่อยู่ภายนอก จากนั้นเจ้าหน้าที่ส่งตัวเข้าแดนระหว่างการพิจารณาคดีเพื่อกักตัวตามมาตรการป้องกันโรคติดต่อ พร้อมจัดอาหารมื้อเย็นเป็นแกงจืดวุ้นเส้นและไข่ต้ม ซึ่งเจ้าตัวรับประทานได้ตามปกติและไม่ได้ร้องขอสิ่งใดเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ มีรายงานข่าวระบุว่า ในช่วงเช้าวันนี้ บุ๋มไม่ได้รับประทานอาหารเช้า เนื่องจากปกติไม่รับประทานอาหารมื้อเช้าอยู่แล้ว โดยเมนูที่จัดเตรียมไว้คือแกงจืดหัวผักกาดสดใส่ซี่โครงหมู และตั้งใจจะรอรับประทานมื้อกลางวันแทน ซึ่งเป็นเมนูต้มข่าไก่และผลไม้ ได้แก่ แตงโม ทั้งนี้ เจ้าตัวพูดคุยกับเพื่อนร่วมห้องได้เป็นอย่างดี ไม่ได้แยกตัวหรือแสดงอาการเครียด พร้อมร้องขอหนังสือสวดมนต์และหนังสือนิยายมาอ่าน
สำหรับการเข้าเยี่ยมญาติ หลังจากพ้นช่วงกักกันโรคแล้ว ผู้ต้องขังสามารถรับการเยี่ยมได้ทุกวัน ยกเว้นวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดราชการ โดยญาติที่จะเข้าเยี่ยมต้องเป็นบุคคลที่มีรายชื่อแจ้งไว้กับทัณฑสถานฯ และมีจำนวนไม่เกิน 10 คน ส่วนหลังออกจากห้องกักโรค น.ส.ปนัดดาจะถูกควบคุมและดูแลอยู่ในแดนระหว่างการพิจารณาคดี ตามระเบียบการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ทั้งข้อกำหนดแมนเดลาและข้อกำหนดกรุงเทพฯ
อย่างไรก็ตาม กรมราชทัณฑ์รายงานว่า ทั้งนายอธิปและ น.ส.ปนัดดาสามารถปรับตัวภายในสถานควบคุมได้ดี นอนหลับพักผ่อนได้ และยังไม่พบภาวะความเครียดในระดับสูงหรือความวิตกกังวลมากผิดปกติแต่อย่างใด