วันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 ความคืบหน้าคดีชายขี่รถจักรยานยนต์หลอกหญิงสูงอายุวัย 74 ปี จากบริเวณหน้าบ้านพัก ก่อนพาไปก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเราในป่าละเมาะริมแม่น้ำน่าน พื้นที่หมู่ 7 ต.วัดจันทร์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก จากนั้นนำผู้เสียหายไปปล่อยทิ้งไว้ใกล้ร้านข้าว ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว พบเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หรือ รปภ. อายุ 33 ปี

ก่อนหน้านี้ ผู้ก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์เข้าหาผู้เสียหาย ก่อนชักชวนให้ขึ้นรถโดยอ้างว่าจะพาไปกินข้าว แต่กลับพาไปยังบริเวณป่าละเมาะริมแม่น้ำน่านและลงมือก่อเหตุตามที่ถูกกล่าวหา สร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัวและประชาชนที่ทราบเรื่อง

ล่าสุด เมื่อเวลา 08.30 น. พ.ต.อ.วัชรพงษ์ สิทธิรุ่งโรจน์ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ โดยตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่เกี่ยวข้อง จนพบชายต้องสงสัยขี่รถจักรยานยนต์พาคุณยายซ้อนท้ายออกไป ก่อนจะพบภาพชายคนเดิมขับรถย้อนกลับมาตามเส้นทางเพียงลำพัง โดยไม่มีผู้เสียหายอยู่บนรถด้วย เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมหลักฐานและติดตามตัวมาสอบสวน

ต่อมา ตำรวจได้เชิญตัวนายสุทธิพงษ์ อายุ 33 ปี ชาว ต.พลายชุมพล อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งปรากฏอยู่ในภาพจากกล้องวงจรปิดมาสอบปากคำเบื้องต้น ก่อนเจ้าตัวจะให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง โดยพบว่าผู้ต้องหาประกอบอาชีพเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การว่า ในวันเกิดเหตุกำลังเดินทางไปทำงาน ระหว่างทางพบคุณยายนั่งอยู่บริเวณร้านส้มตำ จึงเข้าไปพูดคุยและชักชวนว่าจะพาไปกินข้าว เมื่อผู้เสียหายเชื่อและยอมขึ้นรถจักรยานยนต์ไปด้วย กลับไม่ได้พาไปยังร้านอาหารตามที่กล่าวอ้าง แต่ขี่รถพาไปยังป่าละเมาะซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ ก่อนลงมือก่อเหตุตามที่ถูกกล่าวหา

นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังอ้างว่าตนเองมีพฤติกรรมชอบผู้สูงอายุ และมีอาการคล้ายไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ในขณะก่อเหตุ พร้อมกล่าวขอโทษผู้เสียหายและครอบครัว โดยยอมรับว่าการกระทำของตนเป็นความผิด และพร้อมเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย

ด้าน ร.ต.อ.ชานนท์ สมฤทธิ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เปิดเผยว่า หลังจับกุมตัวผู้ต้องหาได้แล้ว เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย พร้อมนำตัวลงพื้นที่เพื่อชี้จุดเกิดเหตุและทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้เสียหายเป็นหญิงสูงอายุวัย 74 ปี ซึ่งถูกหลอกลวงจนตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมทางเพศ ขณะที่ครอบครัวต้องการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุอย่างถึงที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันกับผู้สูงอายุรายอื่นอีกในอนาคต