วันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 เวลา 18.45 น.พ.ต.ท.สยามรัฐ ภูมี พนักงานสอบสวน สภ.สังขะ อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุหมู่ รถกระบะชนท้ายกับรถกระบะที่จอดเสียข้างทางทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย บริเวณถนนทางหลวง หมายเลข 2283 บ้านมะโน ตำบลบ้านจารย์ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ รอยต่อกับหมู่บ้านกระทม ต.ด่าน อ.กาบเชิงฯ จึงรีบประสานหน่วยกู้ชีพกู้ภัยในพื้นที่ อาทิ หน่วยกู้ภัยตาดาน หน่วยกู้ภัยสว่างซาเซี๊ยกงธรรมสถาน อ.สังขะ,รถกู้ชีพพยาบาลฉุกเฉิน รพ.สังขะ กู้ชีพ ต.บ้านจารย์และใกล้เคียง กว่า 10 คัน รุดไปยังที่เกิดเหตุ

ในที่เกิดเหตุ พบศพผู้เสียชีวิตนอนอยู่บนถนนเกลื่อน เลือดไหลนองพื้น ผู้บาดเจ็บนอนร้องครวญคราง ข้าวของกระจัดกระจายเต็มถนนและข้างทาง

จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวน 6 ราย เป็นหญิงทั้งหมด และมีผู้ได้รับบาดเจ็บในที่เกิดเหตุ 2 ราย เจ้าหน้าที่จึงปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนรีบนำตัวส่ง รพ.สังขะอย่างเร่งด่วน

ใกล้กันพบรถยนต์กระบะมีราวเหล็กสีบรอนด์ หมายเลขทะเบียน 1ฒง 6922 กทม.ตกอยู่ไหล่ทาง สภาพด้านหน้าพังยับเยิน อุปกรณ์ถังน้ำสายน้ำเครื่องเชื่อมสัมภาระต่างๆตกกระจายเกลื่อนทุ่งนาริมทาง ทราบชื่อคนขับคือนายสมบัติ (สงวนนามสกุล) อายุ 69 ปี ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ห่างออกไปอีกฟากถนน ประมาณ 20 เมตร พบรถยนต์กระบะสีเขียวมีราวเหล็ก หมายเลขทะเบียน 9362 ศรีสะเกษ สภาพหัวทิ่มลงไปในนาข้าวข้างทาง ท้ายรถพังเสียหายยับเยิน ทราบชื่อคนขับคือนายนายสวัสดิ์ อายุ 69 ปี

เบื้องต้นทราบว่ารถยนต์กระบะสีเขียว ที่มีนายสวัสดิ์ เป็นคนขับ รถจอดเสียอยู่ข้างทางและรอซ่อม ผู้โดยสารทั้งหมดรวมคนขับ 9 คนลงมาจากรถเพื่อนั่งรอ ระหว่างนั้นรถกระบะ สีบรอนด์ ที่มีนายนายสมบัติ กำลังขับรถบรรทุกของมาพอดี ประกอบกับรถที่จอดเสียไม่มีกรวยหรือสัญญาณไฟตั้งบอกที่ชัดเจน เพื่อแจ้งให้ผู้สัญจรทราบว่ารถจอดเสียท่ามกลางความมืด แม้รถจะเปิดไฟเลี้ยวและไฟรถไว้ก็ตาม ขณะเดียวกันก็มีรถยนต์ที่สวนทางมาพอดี ทำให้นายสมบัติ มองไม่เห็น จึงชนท้ายรถที่จอดเสียเข้าอย่างจัง กวาดผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ้บที่กำลังนั่งรออยู่ริมทางกระเด็นไปคนละทิศละทาง ทำให้มีผู้เสียชีวิตคาที่ 6 รายและบาดเจ็บ 1 ราย บาดเจ็บสาหัสอีก 1 รายดังกล่าว

ขณะที่คนขับรถทั้ง 2 คัน รอดตายหวุดหวิด และยืนรอมอบตัวอยู่ในที่เกิดเหตุ ก่อนที่ตำรวจจะควบคุมตัวไปสอบปากคำที่ สภ.สังขะ เพื่อสรุปหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริง

ขณะที่นางปราณี อายุ 46 ปี ชาวบ้าน บ.อู่น้อย ต.ดู่ อ.ปรางกู่ จ.ศรีสะเกษ เดินทางมาดูที่เกิดเหตุ กล่าวด้วยความเสียใจว่า แม่ของตนเองคือนางทองเย็น อายุ 72 ปี เสียชีวิต และน้าสาวอีก 2 คนเสียชีวิต ส่วนพ่อของตนได้รับบาดเจ็บปวดหลัง แต่ยังรู้สึกตัวดีพูดคุยได้ ทั้งหมดพากันเดินทางมากจากบ้าน ต.ดู่ ส่วนที่เหลือไม่ทราบว่าไปรับกันจากไหนเพื่อไปหาขุดมันนก เป็นมันป่า ไปไว้กิน แถว อ.กาบเชิง ตนไม่รู้ว่าที่ไหน แต่แกโทรมาบอกตนว่ารถเสียประมาณเกือบหกโมงเย็นแล้ว เขาพากันมาบ่อยมาทุกปี ทราบข่าวว่าเกิดอุบัติเหตุ ตนก็รีบมาทันที

นายสมบัติ คนขับรถรถกระบะ กล่าวว่า ตนเองมาจากกรุงเทพ จะไปบ้านเกิดที่ อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ เพื่อเอาของจากบ้านที่ กทม.ซึ่งถูกน้ำท่วมที่ผ่านมากลับไปไว้ที่บ้านเกิด ตนขับมาทางนี้เป็นประจำทุกเดือน พอมาถึงที่เกิดเหตุมืดมากมองไม่เห็น จังหวะรถที่สวนมาเลนขวา ไฟแยงตาและกระชั้นชิด ถ้าหักหลบไปก็ประสานงานกับอีกคันที่สวนมา และพยายามเบรกรถแต่ก็ไม่ทันแล้ว ตนไม่ได้ดื่มเหล้าและไม่เคยดื่ม

ด้านนายสวัสดิ์ คนขับรถยนต์กระบะที่จอดรอซ่อม กล่าวว่า ตนรับกันมาหาขุดมัน ตอนกลับน็อตล้อขวาขาด 3 ตัว เลยจอด และโบกรถจักรยานยนต์แถวนี้ให้ช่วยไปหาน็อตมาใส่ ตนไม่เคยมา มาจากศรีสะเกษ และแวะรับญาติแถว ต.ขอนแตก อ.สังขะ และ ต.ผักไหม อ.ศีขรภูมิ

ด้านนายพัฒนศาสตร์ รัตนะวีรจิต หรือ ป.เหมียว ปลัดอำเภอสังขะ ฝ่ายความมั่นคง ที่เดินทางมาติดตามที่เกิดเหตุด้วยตนเอง กล่าวว่า ช่วงนี้ฝากถึงพี่น้องประชาชนที่สัญจรให้ระมัดระวังและเฝ้าระวังเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ฝากถึงพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ด้วย ยิ่งในช่วงนี้มีรถเกี่ยวข้าว บรรทุกข้าวของเกษตรกรชาวนาในช่วงกลางค่ำกลางคืน ยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ