วันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 มีรายงานความคืบหน้ากรณีชาวบ้านในพื้นที่รอยต่อระหว่าง อ.เมือง และ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช นำคลิปหลักฐานออกมาเปิดเผยพฤติกรรมของพระสงฆ์ระดับเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นวัดสายธรรมยุติกนิกายในพื้นที่ชนบท โดยระบุว่าพระรูปดังกล่าวมีพฤติกรรมเสพสังวาสเป็นประจำ ทั้งที่ทราบว่าชาวบ้านรับรู้เรื่องนี้แล้ว แต่กลับมีการข่มขู่ผู้ที่ทราบพฤติกรรมดังกล่าว ตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้
ต่อมาเมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นายกิตติพงศ์ รองเดช นายอำเภอปากพนัง พร้อมด้วยนายเสน่ห์ สิงห์นุ้ย ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราช และฝ่ายปกครอง ได้เดินทางเข้าตรวจสอบภายในวัดที่เกิดเหตุในพื้นที่ อ.ปากพนัง ซึ่งเป็นอีกวัดหนึ่งที่เจ้าอาวาสรูปดังกล่าวไปก่อสร้างกุฏิหลังใหม่ไว้ในบริเวณวัดร้าง และเป็นสถานที่ปรากฏอยู่ในคลิปหลักฐาน ก่อนจะเดินทางไปยังวัดที่พระครูปลัดรูปนี้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสอยู่ จากนั้นได้พูดคุยสอบถามจนพระรูปดังกล่าวยอมรับว่าเป็นบุคคลในคลิปจริง
ภายหลังการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวพระรูปดังกล่าวไปพบเจ้าคณะปกครองวัดที่เกิดเหตุ ซึ่งจำวัดอยู่ในพื้นที่ อ.เชียรเขา อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ก่อนจะมีการเปลื้องจีวรและเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นชุดฆราวาส จากนั้นจึงเดินทางออกจากพื้นที่ไปทันที ส่วนทรัพย์สินต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องภายในวัด เจ้าคณะปกครองจะส่งพระสงฆ์เข้าไปดูแลรักษาการ ขณะที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดจะเข้าตรวจสอบความถูกต้องและตรวจนับทรัพย์สินที่มีอยู่ภายในวัดอีกครั้ง
นอกจากนี้ มีรายงานว่า พระรูปดังกล่าวเคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งใน ต.เสาธง อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช มาก่อน แต่ถูกชาวบ้านขับไล่ออกจากวัด เนื่องจากมีพฤติกรรมในลักษณะเดียวกันมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน อีกทั้งพระรูปนี้มักเทศนาสั่งสอนญาติโยม โดยระบุว่า ตัวเองเป็นลูกของพระพุทธเจ้า และจะมุ่งพัฒนาวัดวาอารามให้เจริญรุ่งเรือง ก่อนจะให้พระสงฆ์รูปอื่นเข้ามาจำพรรษาและดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสแทน ส่วนตัวเองจะออกไปพัฒนาวัดร้างแห่งอื่นต่อไป