วันที่ 23 ตุลาคม 2569 เบส คำสิงห์ ลูกสาวของ สมรักษ์ คำสิงห์ อดีตนักกีฬามวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทย ออกมาเปิดใจผ่านรายการดัง หลังรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการประกันตัวคุณพ่อ รวมถึงค่าทนายความและค่าเดินทางด้วยตัวเอง พร้อมยืนยันจุดยืนว่า หากทำผิดก็ต้องยอมรับผิด และยังคงทำหน้าที่ลูกคอยสนับสนุนครอบครัวต่อไป
ก่อนหน้านี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำพิพากษาแก้คดีของสมรักษ์ โดยยกฟ้องข้อหาพยายามข่มขืน แต่ยังคงความผิดฐานพรากผู้เยาว์ พร้อมสั่งจำคุก 1 ปี 12 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 200,000 บาท ต่อมาศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยใช้เงินสดเป็นหลักประกันจำนวน 300,000 บาท เพื่อให้เตรียมต่อสู้คดีในชั้นฎีกา
เบส คำสิงห์ เปิดเผยถึงการดูแลคุณพ่อว่า หลังได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวและกลับมาพักอาศัยด้วยกันที่กรุงเทพฯ สภาพจิตใจโดยรวมของคุณพ่อยังเป็นปกติดี โดยสามารถติดตามความเคลื่อนไหวและสังเกตท่าทีได้จากการไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวของคุณพ่อ
เบสยังกล่าวถึงภาระค่าใช้จ่ายที่รับผิดชอบทั้งหมดว่า หนูรู้แค่ยอดตัวเลขค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นค่าทนาย ค่าประกันตัว ค่าพยาน หรือค่าเดินทาง ทุกอย่างเบสเป็นคนออกทั้งหมด ส่วนรายละเอียดเชิงลึกทางกฎหมายไม่ได้ก้าวก่าย ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทนายความจัดการ เพราะคุยกันแล้วเป็นภาษาทนายที่เราอาจจะไม่ลงลึกมาก
เมื่อถูกถามถึงความกังวลต่อกระแสข่าวและสถานการณ์ที่ครอบครัวกำลังเผชิญ เบสเปิดเผยว่า ตนผ่านเรื่องราวหนักหน่วงมาหลายครั้ง ตั้งแต่ปัญหาหนี้สินก้อนใหญ่ไปจนถึงเรื่องการขึ้นศาล ทำให้มีประสบการณ์และสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น
นอกจากนี้ เบสยังย้ำถึงจุดยืนของตัวเองว่า ถ้าผิดที่ศาลลงโทษว่าให้ติดคุก ก็ต้องยอมรับผิด เราผิดก็ต้องยอมรับ โดยเธอพร้อมทำหน้าที่ลูก คอยช่วยเหลือและสนับสนุนคนในครอบครัวอย่างเต็มที่ พร้อมยืนยันว่าทุกคนยังคงรักกันและใช้นามสกุลคำสิงห์เหมือนเดิม อีกทั้งไม่คิดเล็กคิดน้อยในเรื่องเงินทอง และพร้อมเดินหน้าต่อสู้คดีในชั้นฎีกา ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2 ปี จึงจะได้ข้อสรุป