เนื่องจากไฟป่าและหมอกควันพิษในอินโดนีเซียครั้งใหญ่สุดในรอบ 11 ปี (นับตั้งแต่ปี 2015) กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคตอนนี้ไฟป่าเผาทำลายพื้นที่และที่ดินไปแล้วมากกว่า 11.87 ล้านไร่
โดยล่าสุด ศูนย์วิจัยพลังงานและอากาศสะอาด (CREA) รายงานว่า เฉพาะเดือนกันยายน 2569 มีผู้เสียชีวิตจากมลพิษทางอากาศสูงถึง 3,560 คน เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากที่คาดการณ์ไว้ในเดือน ส.ค. โดยส่วนใหญ่อยู่บนเกาะบอร์เนียว แต่พบผู้เสียชีวิตบางส่วนอยู่บนเกาะชวา เกาะสุมาตรา รวมถึงพื้นที่ทางตะวันออกของอินโดนีเซีย
นอกจากนี้ยังได้ระบุอีกว่า ชาวอินโดนีเซียมากกว่า 50 ล้านคน ต้องสูดดมอากาศอากาศที่ไม่ดีต่อสุขภาพในตลอดเดือนที่ผ่านมา ซึ่งพบค่าฝุ่น PM2.5 ทั่วประเทศเกินเกณฑ์มาตรฐานขององค์กรอนามัยโลก มากกว่า 7 เท่า ส่วนบนเกาะ สุมาตราเกินเกณฑ์ไปมากกว่า 10 เท่า และในกาลีมันตันเกินเกณฑ์สูงถึง 24 เท่า
อีกทั้งยังเปิดเผยด้วยว่ามียอดผู้ป่วยติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลัน ทั้่วอินโดนีเซียมีมากกว่า 330,000 คน ขณะที่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลอินโดนีเซียภายใต้การนำของราโบโว ซูเปียนโต เผชิญแรงกดดันจากภาคประชาชนให้เร่งแก้วิกฤตไฟป่าครั้งนี้ รวมถึงเรียกร้องให้ประกาศเป็นภัยพิบัติระดับชาติ
สาเหตุหลักคือ การแผ้วถางป่าของกลุ่มทุน สภาพป่าพรุเป็นที่แห้งขอด และปรากฏการณ์เอลนีโญ สภาพภูมิอากาศที่แห้งแล้งจัดและฝนทิ้งช่วงยาวนานเป็นตัวเร่งให้ไฟป่าลุกลามอย่างรวดเร็วและควบคุมได้ยากกว่าปกติ
เรียบเรียงโดย มุมข่าว