วันที่ 30 ตุลาคม 2569 หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรรายการโหนกระแส ได้ออกมาเล่าถึงเบื้องหลังเหตุการณ์ที่กลายเป็นกระแสพูดถึงในโลกออนไลน์ หลังเจ้าตัวเข้าไปชะโงกดูโทรศัพท์มือถือของช่างเอ๋ ผู้รับเหมาสร้างพูลวิลล่าที่จังหวัดภูเก็ต ระหว่างร่วมรายการโหนกระแส ทางช่อง 3 ซึ่งกำลังพูดคุยประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเงินบริจาคมูลนิธิองค์กรทำดีของ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี และ ก๊อต อธิป อนันทวรรณ สามีของบุ๋ม

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการถ่ายทอดสดรายการ เมื่อช่างเอ๋เอาแต่ก้มมองโทรศัพท์มือถืออยู่เป็นระยะ ก่อนจะรับสายโทรศัพท์กลางรายการ ทำให้หนุ่ม กรรชัย เกิดความสงสัยว่าอีกฝ่ายกำลังติดต่อกับใคร จึงเดินเข้าไปชะโงกดูหน้าจอและพยายามฟังบทสนทนา จนกลายเป็นภาพที่ถูกนำไปทำเป็นมีมและแซวกันอย่างแพร่หลายในโลกออนไลน์

ต่อมาในรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ทางช่อง 3 ซึ่งมีหนุ่ม กรรชัย และ หมวย อริสรา กำธรเจริญ ทำหน้าที่พิธีกร หมวยได้หยิบเรื่องดังกล่าวขึ้นมาถามด้วยความสงสัย หลังเห็นชาวเน็ตนำภาพของหนุ่ม กรรชัย ไปแซวกันจำนวนมาก โดยเจ้าตัวรีบชี้แจงว่า ไม่หรอก คืออย่างนี้ ต้องขอโทษจริงๆ เดี๋ยวหลายคนจะหาว่าพี่เสียมารยาท ต้องขอโทษด้วยนะ (ยกมือไหว้)

คือไม่ได้เสียมารยาท คือรู้สึกสงสัยว่าเอ๊ะ หันไปเขาก็จะดูอย่างนี้ (ทำท่าก้มดูโทรศัพท์) ไอ้เราก็อยากจะรู้ว่าเขาคุยกับใครวะ ก็เลยเดินไปชะโงกดู ก้มดูอย่างเนี้ย

จากนั้นหมวย อริสรา บอกว่ามีคนพูดถึงภาพดังกล่าวและนำไปทำเป็นมีมจำนวนมาก หนุ่ม กรรชัย จึงเล่าต่อว่า สักพักนึงเขารับโทรศัพท์เลย คราวนี้ไม่ได้ดูโทรศัพท์อย่างเดียวนะ รับโทรศัพท์ในรายการเลย พี่ก็อยากรู้ว่าใคร พี่ก็เลยแบบ…ใครเหรอ ก่อนที่ทีมงานจะนำภาพจังหวะที่เจ้าตัวเข้าไปดูโทรศัพท์ของช่างเอ๋มาเปิดให้ชมอีกครั้ง

หนุ่ม กรรชัย ยังกล่าวขอโทษผู้ชมรายการโหนกระแสที่อาจมองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการเสียมารยาท พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น แต่เป็นเพราะเกิดความสงสัยในสิ่งที่ช่างเอ๋กำลังทำอยู่ ก่อนจะเปิดเผยเบื้องหลังว่า แล้วเรื่องมันคืออะไรรู้ไหม เดี๋ยวเล่าให้ฟัง เรื่องทั้งหมดที่เกิดตรงนี้ขึ้น ที่เขาดูโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลา คือเมียของเอ๋เนี่ยเขาไปดูคอมเมนต์ แล้วก็บอกว่าตอนนี้ตำรวจรออยู่ข้างล่างแล้ว ตำรวจมารอเอ๋อยู่ข้างล่าง เมียของเอ๋ก็กลัว อ้าว ไอ้หนุ่มจะเอาตำรวจมาจับเอ๋แล้ว ส่งข้อความมาบอกเอ๋ พี่ ตำรวจมารอพี่ข้างล่างแล้ว

หนุ่ม กรรชัย อธิบายต่อว่า ภรรยาของช่างเอ๋ได้โทรศัพท์ไปหาทนายกุ้ง อำนวยพร มณีวรรณ์ เพื่อสอบถามด้วยความกังวลว่า “พี่ พี่หนุ่มเอาตำรวจมาจับผัวหนูแล้ว หนูจะทำยังไง ทำให้ทนายกุ้งเกิดความตกใจเช่นกัน ก่อนที่หนุ่ม กรรชัย จะเล่าว่าสายโทรศัพท์ที่ช่างเอ๋รับกลางรายการนั้น แท้จริงแล้วเป็นสายจากทนายความที่ติดต่อเข้ามา พร้อมหันไปถามทนายกุ้งว่าสิ่งที่เล่ามาถูกต้องหรือไม่

ด้านทนายกุ้ง ซึ่งอยู่ในสตูดิโอด้วย ยืนยันว่า ถูกต้องค่ะ ทนายที่สำนักงานโทร. มาว่าเป็นห่วง เกิดอะไรขึ้น เขาก็โทร. มาก็อ้าว ออกรายการอยู่ ตกใจก็เลยวางสายไปเลย ทำให้ทราบว่าสายที่โทรเข้ามาในช่วงนั้นเป็นการติดต่อจากทางสำนักงานทนายความ ไม่ใช่เรื่องอื่นตามที่หลายคนอาจสงสัย

หนุ่ม กรรชัย เล่าต่อว่า เพิ่งมาทราบเรื่องทั้งหมดหลังจบรายการ โดยสาเหตุเกิดจากภรรยาของช่างเอ๋เข้าใจสถานการณ์ผิดไปเอง เนื่องจากระหว่างที่ดูความคิดเห็นในโลกออนไลน์ อาจไปพบข้อความเกี่ยวกับการที่ตำรวจรออยู่ด้านล่าง ประกอบกับช่วงหนึ่งของรายการที่หนุ่ม กรรชัย สอบถามช่างเอ๋ว่าอยากเข้าไปเป็นพยานหรือเป็นตัวการร่วม ซึ่งช่างเอ๋ตอบว่าอยากเป็นพยาน หนุ่มจึงอธิบายว่าหากต้องการเป็นพยานก็ควรไปแจ้งความไว้

ขณะเดียวกัน ทนายแก้วก็ให้ความเห็นว่า หากไม่ดำเนินการแจ้งความเพื่อปกป้องตัวเอง ก็อาจมีความเสี่ยงที่จะถูกมองว่าเป็นตัวการร่วมได้ โดยหนุ่ม กรรชัย มองว่าภรรยาของช่างเอ๋น่าจะจับใจความจากคำพูดของทนายแก้วคลาดเคลื่อน และเมื่อนำไปเชื่อมโยงกับข้อความที่อ่านเจอในคอมเมนต์ จึงเกิดความหวาดกลัวว่าตำรวจมารอจับช่างเอ๋อยู่ด้านล่าง ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ช่างเอ๋พูดระหว่างรายการว่าอยากกลับบ้านและรู้สึกหิว

ทนายกุ้งกล่าวเสริมว่า ช่างเอ๋อาจไม่ทราบว่าหมายเลขที่โทรเข้ามาเป็นเบอร์ของสำนักงานทนายความ เนื่องจากเป็นหมายเลขโทรศัพท์ขึ้นต้นด้วย 02 โดยปลายสายถามว่าใช่คุณเอ๋หรือไม่ และกำลังออกรายการอยู่ใช่ไหม เมื่อช่างเอ๋ตอบว่าใช่ ทนายความจึงตกใจและวางสายไปเช่นกัน ก่อนจะหัวเราะกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังทราบความจริง