เนื่องจากประเด็นร้อนของ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เรื่องการตรวจสอบการใช้เงินบริจาคของมูลนิธิฯ ที่ถูกร้องเรียนว่าอาจนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ กรณีการสร้างพูลวิลล่าที่ จ.ภูเก็ต และเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยง

วันนี้ 2 พ.ย. 2569 ทางเพจ CSI LA ได้โพสต์ข้อความวิเคราะห์พูลวิลล่า 180 ล้านบาท ที่เชื่อมโยงกับ นายอธิป อนันทวรรณ หรือ ก๊อต สามีของ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี โดยตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ในการขายโครงการเมื่อพิจารราจากทำเลที่ตั้ง พร้อมเสนอข้อสังเกต เกี่ยวกับเส้นทางการเงินและบทบาทของ ช่างเอ๋ ผู้รับเหมาของโครงการ

ทางเพจ CSI LA ได้ระบุข้อความดังนี้ คุณบุ๋มคงต้อง "โง่" มากๆ ถ้ายักยอกเงินมูลนิธิที่สะสมชื่อเสียงมาทั้งชีวิต เพื่อมาลงทุนสร้างโครงการที่โอกาสขายออกยากและเงินจมแบบนี้

แต่มันอาจจะเป็น "แผนลวงกระเป๋าเงินเมีย" โดยใช้แทคนิกหลอกให้คุณบุ๋มเข้าใจว่า "ช่างเอ๋" คือผู้รับเหมาที่จะมารับโปรเจกต์ "สร้างที่ตั้งมูลนิธิที่ปทุมธานี" พอเป็นเรื่องของมูลนิธิที่คุณบุ๋มทุ่มเทให้ การอนุมัติเบิกจ่ายเงินก้อนโตเข้าบัญชีช่างเอ๋จึงผ่านไปได้ง่ายๆ โดยที่คุณบุ๋มไม่ได้ระแวงเพราะเห็นราคาดี

ส่วนช่างเอ๋ผู้อ่อนประสบการณ์และไส้แห้ง ก็คิดว่าจะได้งานใหญ่ ได้เป็นเจ้าของโครงการพูลวิลล่าราคา 180 ล้าน ร่วมกับสามีของดาราดัง

พอเงินก้อนโตไหลเข้าบัญชีช่างเอ๋ สเต็ปต่อไปคือการสั่งให้ช่างเอ๋โอนเงินก้อนนั้นกลับมา เพื่อเอาไป "หมุน" ทำธุรกิจส่วนตัวต่างๆ ของก๊อต แต่เมื่อธุรกิจไม่เป็นไปตามเป้า หมุนเงินไม่ทันจนเกิดปัญหาสภาพคล่อง สุดท้ายก็เลยไม่มีเงินสดเหลือมาจ่ายค่างวดให้ช่างเอ๋ วงเลยแตก!

จุดที่น่าเวทนาที่สุดคือตัวช่างเอ๋ ด้วยความที่อ่อนประสบการณ์ ไม่เคยรับงานสเกลใหญ่ระดับนี้ เลยไม่รู้เท่าทันเกม ยอมให้เงินก้อนโตผ่านเข้าบัญชีตัวเองโดยไม่รู้เลยว่าพฤติการณ์แบบนี้คือการเป็น "บัญชีม้า" ชั้นดี

งานนี้ช่างเอ๋นอกจากจะโดนเบี้ยวค่าแรงแล้ว ยังเตรียมตัวรับแรงกระแทกถึง 2 เด้ง! เด้งแรก โดน "สรรพากร" เช็คบิลภาษีย้อนหลังอานแน่นอน จากยอดเงินหมุนเวียนหลักสิบล้านที่เข้าบัญชี เด้งสอง (หนักสุด): เตรียมตัวโดนพ่วงข้อหา "สมรู้ร่วมคิดฟอกเงินมูลนิธิ" ไปด้วยเต็มๆ! เพราะการที่มีสลิปหรือหลักฐานว่าช่างเอ๋เป็นคนโอนเงิน (ที่เบิกมาในนามมูลนิธิ) กลับไปเข้ากระเป๋าก๊อต มันคือหลักฐานมัดตัวชั้นดีในการยักย้ายถ่ายเทเงินผิดวัตถุประสงค์

กลายเป็นคนรับจบความซวยทางอาญาไปเต็มๆ! จุ๊กกรู๊

เพจ CSI LA ยังระบุข้อความเพิ่มเติมอีกว่า 

ถ้าจะตั้งใจโกงและฟอกเงินให้เนียน สู้ทำตามสูตรคลาสสิกที่ "คนมีสี" เค้าชอบทำกันไม่ดีกว่าเหรอครับ?

นั่นคือการหอบเงินออกนอกประเทศ ส่งลูกสาวไปเรียนเมืองนอกอย่างอังกฤษหรือออสเตรเลีย แล้วเอาเงินไปกว้านซื้อบ้านหรู คฤหาสน์ที่นั่นเลย อ้างว่าซื้อไว้ให้ลูกอยู่หรือเก็งกำไรระยะยาว ทรัพย์สินอยู่ต่างประเทศแบบนั้นตรวจสอบโคตรยาก หน่วยงานไทยแทบจะตามสืบเส้นทางการเงินข้ามพรมแดนไม่ได้เลย ปลอดภัยกว่าการมาสร้างพูลวิลล่ากลางทุ่งให้คนบินโดรนถ่ายรูปจับผิดตั้งเยอะ

เรียบเรียงโดย มุมข่าว