เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 เวลา 07.00 น. ร.ต.อ.อภิเษก จินะวงษ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร รับแจ้งเหตุรถตู้โดยสารชนท้ายรถบรรทุก 10 ล้อ ก่อนเสียหลักพุ่งชนรถยนต์การเกษตร หรือรถอีแต๋นซ้ำ บริเวณจุดกลับรถท่าเสากระโดง หมู่ 2 ต.อ่างทอง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร จึงประสานแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลกำแพงเพชร พร้อมอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิสว่างกำแพงเพชรธรรมสถาน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ
บริเวณจุดเกิดเหตุพบรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียนกรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าและด้านขวาพังเสียหายอย่างหนัก ชนอัดติดอยู่กับรถอีแต๋น ภายในรถตู้พบผู้เสียชีวิต 2 ราย รายแรกคือ นายธีรศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี คนขับรถ ซึ่งร่างติดอยู่บริเวณพวงมาลัยและพาดเข้าไปในห้องโดยสาร ส่วนอีกรายเป็นชายชาวเมียนมา พบเสียชีวิตอยู่บริเวณเบาะหลังคนขับ นอกจากนี้ยังมีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บอีก 6 ราย เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลกำแพงเพชร ขณะที่อีก 4 รายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยและรอให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ในจุดเกิดเหตุ
ห่างออกไปพบรถบรรทุก 10 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียนจังหวัดลำปาง จอดอยู่ โดยบริเวณท้ายรถด้านซ้ายมีร่องรอยถูกเฉี่ยวชน จากการสอบถามหญิงชาวเมียนมาซึ่งเป็นหนึ่งในผู้โดยสารรถตู้ ให้ข้อมูลว่า เดินทางมาพร้อมผู้โดยสารคนอื่นและคนขับ รวมทั้งหมด 13 คน ตั้งแต่ช่วงเที่ยงของวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยระหว่างทางมีผู้โดยสารลงที่จังหวัดราชบุรีไปแล้ว 1 คน ส่วนการเดินทางมีการแวะพักเป็นระยะ กระทั่งก่อนถึงจุดเกิดเหตุ คนขับได้บอกว่าขอจอดนอนพักริมทางประมาณ 5 นาที ก่อนจะออกเดินทางต่อและเกิดอุบัติเหตุขึ้น
ด้านนายไพฑูรย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี คนขับรถอีแต๋นคู่กรณี เล่าว่า ขณะกำลังขับรถเลี้ยวกลับรถตามปกติ สังเกตเห็นรถบรรทุก 10 ล้อเลี้ยวผ่านจุดกลับรถไปแล้ว จากนั้นพบรถตู้ที่วิ่งอยู่ในเลนขวาสุดค่อย ๆ เบี่ยงทิศทางเข้ามา ก่อนเฉี่ยวชนบริเวณท้ายรถบรรทุก 10 ล้อ แล้วพุ่งเข้าชนรถของตนอย่างแรง จนร่างกระเด็นไปกระแทกบริเวณหน้ารถและหลังคา ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย หลังรถหยุดนิ่งและเห็นกลุ่มควันพุ่งออกมาจากด้านหน้ารถตู้ จึงรีบลงไปช่วยเปิดประตูและนำผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยออกมาได้บางส่วน
ขณะที่นายทัศธินัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี คนขับรถบรรทุก 10 ล้อ ให้การว่า ขณะนั้นกำลังขับรถไปรับน้ำตาลที่โรงงาน เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุได้เลี้ยวกลับรถจนพ้นเลนไปแล้ว แต่จู่ ๆ รถตู้คันดังกล่าวก็พุ่งเข้าชนบริเวณท้ายรถอย่างแรง ทำให้รถบรรทุกสะบัด ก่อนที่รถตู้จะเสียหลักพุ่งไปชนอัดกับรถอีแต๋นที่จอดรอกลับรถอยู่
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า คนขับรถตู้โดยสารอาจเกิดอาการหลับในจากความเหนื่อยล้าหลังเดินทางเป็นระยะทางไกล แม้ก่อนหน้านี้จะมีการแวะจอดพักนอนริมทางแล้วก็ตาม จึงอาจทำให้ไม่สามารถควบคุมรถได้ อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุครั้งนี้
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ พบว่าภาพค่อนข้างไม่ชัดเจน เนื่องจากมีแสงสะท้อนจากพื้นถนน แต่ยังพอมองเห็นรถอีแต๋นขับเข้ามาจอดรอกลับรถบริเวณจุดยูเทิร์น ก่อนที่รถตู้จะพุ่งเข้าชนและมีกลุ่มควันลอยออกมา จากนั้นมีพลเมืองดีวิ่งเข้ามาช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ