วันที่ 18 กันยายน 2569 กรณีการเสียชีวิตของสามเณรจอมพล อายุ 7 ปี ภายในวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ใหม่พัฒนา อ.เกาะคา จ.ลำปาง กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ หลังมีการตั้งข้อสังเกตถึงขั้นตอนการดำเนินการภายหลังการเสียชีวิต เนื่องจากไม่มีการแจ้งเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ และไม่มีการชันสูตรพลิกศพ ทั้งที่มีการระบุว่าสามเณรเสียชีวิตจากการจมน้ำภายในวัด
เรื่องดังกล่าวถูกเปิดเผยหลังพระรูปหนึ่งในจังหวัดลำปางร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน ขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยระบุว่าได้เห็นการโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กของวัดและพระภายในวัดเกี่ยวกับการเสียชีวิตของสามเณร ก่อนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและได้รับคำชี้แจงว่า สามเณรจมน้ำเสียชีวิตภายในสระน้ำของวัด
อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามถึงขั้นตอนการดำเนินการหลังเกิดเหตุ กลับพบว่าไม่มีการแจ้งตำรวจและไม่มีการชันสูตรศพ โดยมีการแจ้งเพียงผู้นำท้องถิ่นเท่านั้น พร้อมกำหนดจัดพิธีฌาปนกิจในวันที่ 21 กันยายนนี้ ทำให้เกิดข้อสงสัยถึงความถูกต้องของกระบวนการตามกฎหมาย เนื่องจากเป็นการเสียชีวิตในลักษณะผิดธรรมชาติ
ผู้ร้องเรียนยังตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแจ้งข่าวให้ผู้ปกครองรับทราบ รวมถึงกรณีการเปิดรับบริจาคผ่านบัญชีธนาคารที่ไม่ใช่ชื่อวัด โดยเกรงว่าอาจมีประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
จากการตรวจสอบเฟซบุ๊กของวัด พบว่ามีการจัดพิธีสวดพระอภิธรรมศพสามเณรแล้ว ขณะที่เพจของพระลูกวัดมีการเปิดรับบริจาคจริง โดยใช้บัญชีธนาคารชื่อบุคคล อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีการประกาศงดรับบริจาคแล้ว
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่าก่อนเกิดเหตุเพียงไม่กี่วัน วัดเคยเผยแพร่ภาพสามเณรรูปดังกล่าวในสภาพร่างกายเปียกน้ำ พร้อมข้อความระบุว่าเคยพลัดตกลงไปในสระน้ำภายในวัด ก่อนที่โพสต์ดังกล่าวจะถูกลบออกในเวลาต่อมา
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะคา ยืนยันเบื้องต้นว่า ไม่ได้รับแจ้งเหตุการเสียชีวิตดังกล่าวแต่อย่างใด
ล่าสุด เพจ บิ๊กเกรียน เปิดเผยว่า นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ได้รับทราบเรื่องและสั่งการด่วนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง และนายอำเภอเกาะคา ให้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดำเนินการตามขั้นตอน และกำชับให้อายัดศพสามเณรเพื่อนำไปชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด
รายงานเบื้องต้นจากพื้นที่ระบุว่า อำเภอเกาะคายังไม่ได้รับการแจ้งการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ และยังไม่มีการออกเอกสารมรณบัตร ขณะที่ผู้ใหญ่บ้านและกำนันอยู่ระหว่างพยายามติดต่อผู้ปกครองของสามเณร ซึ่งเป็นชาวเมียนมา ส่วนสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปางได้เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบริหารจัดการบัญชีรับบริจาคของวัดแล้ว
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิต และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับบริจาค เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและคลี่คลายข้อสงสัยที่เกิดขึ้นในสังคมต่อไป