ด่านศุลกากรเชียงแสนร่วมกับด่านศุลกากรแม่สาย และส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 3 สกัดจับการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรดื้อยาและไม่ผ่านการตรวจโรคครั้งใหญ่จากสาธารณรัฐประชาชนจีน หลังวางแผนซุกซ่อนมาในตู้สินค้าอย่างแนบเนียน โดยหวังอาศัยช่องว่างสวมรอยเป็นผักสดเข้ามาตบตาเจ้าหน้าที่ หวังส่งขายตลาดในประเทศ ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้ประเมินมูลค่าของกลางเบื้องต้นสูงถึง 1.53 ล้านบาท

ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่สืบทราบเบาะแสความผิดปกติของตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ที่ยื่นขอผ่านพิธีการศุลกากร ณ ด่านศุลกากรแม่สาย ซึ่งระบุในใบขนส่งว่าเป็นเพียงผักสด 3 ชนิด ได้แก่ บีทรูท ผักกาดฮ่องเต้ และผักกาดหอมกรีนคอรัล รวม 930 กล่อง น้ำหนักสุทธิกว่า 18.8 ตัน แต่เมื่อนำตู้สินค้าเข้าทำการวิเคราะห์ความเสี่ยงและเข้าเครื่องสแกนเอกซเรย์กลับพบวัตถุต้องสงสัยที่มีความหนาแน่นและโครงสร้างซับซ้อนเกินกว่าจะเป็นผักสด ทั้งยังพบความต่างของน้ำหนักจริงที่ไม่สอดคล้องกับเอกสารแจ้งอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรเชียงแสนจึงสั่งการให้อายัดตู้สินค้าและสนธิกำลังร่วมกับด่านกักกันสัตว์เชียงราย ด่านอาหารและยาเชียงแสน และด่านตรวจพืชเชียงแสน เพื่อเปิดตรวจค้นอย่างละเอียดทันที

จากการเปิดตู้สินค้าพิสูจน์ เจ้าหน้าที่พบว่าบริเวณส่วนหน้าของตู้ถูกตบตาด้วยกล่องบรรจุผักสดตามที่แจ้งไว้จริง แต่เมื่อรื้อลึกเข้าไปด้านในกลับพบ "ซากสุกรสด" แช่เย็นบรรจุกล่องซุกซ่อนอยู่เป็นจำนวนมากถึง 379 กล่อง น้ำหนักรวมสูงถึง 16,514.1 กิโลกรัม หรือกว่า 16.5 ตัน โดยไม่มีเอกสารรับรองการปลอดโรคหรือใบอนุญาตนำเข้าใดๆ ทั้งสิ้น
เจ้าหน้าที่ได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ทั้งความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ในข้อหาสำแดงเท็จและหลีกเลี่ยงข้อจำกัด ตลอดจนการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 และพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ซึ่งการตัดไฟแต่ต้นลมในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการปกป้องสุขภาพอนามัยของผู้บริโภคชาวไทยให้ปลอดภัยจากเนื้อสัตว์ปนเปื้อนสารเคมีและเชื้อโรคระบาดร้ายแรงเท่านั้น แต่ยังช่วยสกัดกั้นไม่ให้สินค้าเถื่อนเข้ามาทุบกลไกราคา เพื่อคุ้มครองเสถียรภาพอาชีพและรายได้ของเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรภายในประเทศอย่างยั่งยืน
