เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลอยู่ระหว่างเตรียมพิจารณาต่ออายุโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส ออกไปอีก 1-2 เดือน หลังจากลงพื้นที่พบปะพ่อค้าแม่ค้าและได้รับเสียงเรียกร้องให้เดินหน้าโครงการต่อ โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนภายใน 2-3 สัปดาห์ หรือภายในสิ้นเดือน ก.ย.นี้ พร้อมยืนยันว่า เม็ดเงินงบประมาณที่เตรียมไว้สำหรับโครงการยังมีเหลืออยู่
ปัจจัยสำคัญที่จะใช้ประกอบการตัดสินใจ คือสถานการณ์วิกฤตพลังงานและทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งยังมีความผันผวนและอยู่ในระดับสูง รัฐบาลจึงมองว่าโครงการดังกล่าวอาจยังจำเป็นในฐานะกลไกช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชน ขณะเดียวกันยังต้องพิจารณาข้อเสนอในการปรับเงื่อนไข ทั้งสัดส่วนการสนับสนุน กลุ่มผู้ได้รับสิทธิ และรูปแบบการใช้จ่าย เพื่อให้เม็ดเงินลงไปถึงประชาชนและร้านค้ารายย่อยมากขึ้น
ที่ผ่านมา โครงการสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจแล้วประมาณ 150,000 ล้านบาท มีผู้ใช้งานกว่า 40 ล้านคน แบ่งเป็นผู้ใช้สิทธิปกติราว 26 ล้านคน และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐประมาณ 13 ล้านคน ขณะที่มีร้านค้าเข้าร่วมกว่า 1.2 ล้านราย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลพบว่าร้านค้าขนาดใหญ่กลุ่มท็อป 20% สามารถดึงเม็ดเงินสนับสนุนไปได้ถึง 70-80% จากความได้เปรียบด้านการขายออนไลน์ จึงเตรียมใช้ “AI นกกระซิบ” ผู้ช่วยที่ฝังอยู่ในแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เพื่อช่วยร้านค้าวิเคราะห์ยอดขายและต้นทุนวัตถุดิบ
จากนี้จึงต้องจับตาว่า ไทยช่วยไทย พลัส จะได้ไปต่ออีก 1-2 เดือนหรือไม่ และหากต่อจริง สูตร 60/40 จะออกมาในรูปแบบใด ใครได้สิทธิ ใครต้องจ่ายเท่าไร เพราะทุกการปรับเงื่อนไขย่อมส่งผลโดยตรงต่อทั้งประชาชนและร้านค้า ขณะที่รัฐบาลเตรียมให้คำตอบที่ชัดเจนภายในสิ้นเดือน ก.ย. 2569 งานนี้จึงกลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่โซเชียลกำลังรอลุ้นว่าจะ ต่อหรือพอแค่นี้