สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์ว่า การฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั้ง AstraZeneca, Sinovac และ Pfizer อาจทำให้ผู้ได้รับวัคซีนมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ โดยระบุว่าข้อมูลดังกล่าวมีลักษณะบิดเบือนและอาจสร้างความเข้าใจผิด รวมถึงความตื่นตระหนกให้แก่ประชาชน
สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ระบุว่า สำหรับวัคซีนชนิด mRNA เช่น Pfizer และ Moderna รวมถึงวัคซีนเชื้อตาย เช่น Sinovac และ Sinopharm ภาวะเกล็ดเลือดต่ำเป็นเหตุการณ์ที่พบได้น้อยมากหลังการฉีดวัคซีน และไม่ได้หมายความว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนจะต้องเกิดภาวะดังกล่าว
ขณะที่วัคซีนชนิดไวรัลเวกเตอร์ เช่น AstraZeneca และ Johnson & Johnson (J&J) มีรายงานผลข้างเคียงที่พบได้จริง คือ ภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำ (Thrombosis with Thrombocytopenia Syndrome: TTS) อย่างไรก็ตาม เป็นภาวะที่พบได้ยากมาก โดยมีรายงานประมาณ 3–10 รายต่อล้านโดส และมักเกิดหลังการได้รับวัคซีนเข็มแรก
สำหรับช่วงเวลาที่อาจพบอาการ สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ระบุว่า ผลไม่พึงประสงค์ดังกล่าวมักเกิดภายในประมาณ 4–30 วันหลังได้รับวัคซีน หากเกิดอาการหลังจากช่วงเวลาดังกล่าว โดยทั่วไปมักไม่สัมพันธ์กับการฉีดวัคซีน และอาจมีสาเหตุจากปัจจัยหรือโรคอื่น
ทั้งนี้ สถาบันวัคซีนแห่งชาติขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือก่อนส่งต่อ เพื่อป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนและลดความตื่นตระหนกเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19