วันที่ 29 ตุลาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเหตุรถไฟความเร็วสูงชนกันทางตอนใต้ของกรุงมาดริด ประเทศสเปน ระหว่างเส้นทางจากกรุงมาดริดไปยังเมืองเซบียา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 68 ราย และยังมีความเป็นไปได้ที่จะพบผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น ล่าสุด ออสการ์ ปูเอนเต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของสเปน ออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ โดยระบุว่า รถไฟของเรนเฟ (Renfe) บริษัทผู้ให้บริการรถไฟของรัฐ ได้รับอนุญาตให้เคลื่อนขบวนต่อไป ทั้งที่สัญญาณไฟยังเป็นสีแดงและมีรถไฟจอดอยู่ด้านหน้า

ออสการ์ ปูเอนเต ยังระบุด้วยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีสาเหตุมาจากระบบคอมพิวเตอร์ขัดข้อง ก่อนจะเกิดความผิดพลาดจากมนุษย์ตามมา โดยเมื่อระบบมีปัญหา ศูนย์ควบคุมการเดินรถไฟในกรุงมาดริด ซึ่งปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง จะเข้ามารับช่วงควบคุมการเดินรถแทน อย่างไรก็ตาม ศูนย์ควบคุมกลับตัดสินใจสั่งให้รถไฟเคลื่อนขบวนอีกครั้งโดยไม่มีการจำกัดความเร็ว ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของสเปนระบุว่าเป็นการตัดสินใจที่ ไม่อาจอธิบายได้ พร้อมทั้งชี้ว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เป็นหนึ่งในเหตุรถไฟครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของยุโรป และเป็นเหตุรถไฟชนกันที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในสเปนในรอบ 13 ปี

ขณะที่ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ได้เล่าถึงช่วงเวลาสุดระทึก โดยระบุว่าแรงกระแทกจากการชนทำให้ผู้โดยสารบางคนถูกเหวี่ยงลอยขึ้นไปในอากาศ ส่วนบางคนติดอยู่ภายในซากรถไฟและต้องทุบกระจกหน้าต่างเพื่อหาทางหนีออกมา ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเร่งปฏิบัติการค้นหาผู้รอดชีวิตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรถฉุกเฉินหลายสิบคันเดินทางเข้าออกพื้นที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ ยังพบรถตู้สีดำหลายคันจากสถานประกอบการจัดการศพเดินทางมาถึงบริเวณดังกล่าว ท่ามกลางความพยายามช่วยเหลือผู้ประสบเหตุและตรวจสอบจำนวนผู้เสียชีวิตที่อาจเพิ่มขึ้น

ด้านโฆษกรัฐบาลประจำแคว้นกัสติยา-ลามันชา เปิดเผยว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้มากกว่า 100 คน โดยมีผู้บาดเจ็บ 58 คนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และในจำนวนดังกล่าวมี 15 คนที่อาการสาหัสขั้นวิกฤต ขณะเดียวกัน บริษัทเรนเฟ (Renfe) ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ได้ระงับการให้บริการเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายหลักจากกรุงมาดริดไปยังพื้นที่ทางตอนใต้ของสเปน หลังรถไฟขบวนหนึ่งของบริษัทประสบอุบัติเหตุชนกับรถไฟของบริษัทอีริโอ (Iryo) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถไฟเอกชนของสเปน ส่งผลให้การเดินรถในเส้นทางดังกล่าวต้องหยุดชะงักลง