เพจดังตีแผ่เคสผู้ป่วยหญิงวัย 32 ปี ติดเชื้อฝีดาษวานร (ฝีดาษลิง) โดยมาด้วยอาการเจ็บคอ ทว่าตามร่างกายกลับไม่ปรากฏผื่น ก่อนจะตรวจพบเชื้อในเวลาต่อมา พร้อมชี้ว่าลักษณะแผลหรือรอยโรคในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก Drama-addict ได้เผยแพร่เคสผู้ป่วยฝีดาษลิง โดยระบุว่า อาจารย์แพทย์ได้ออกมาเตือนว่าตอนนี้เคสผู้ป่วยฝีดาษลิงที่พบในบ้านเรา รอยโรคที่พบกำลังเปลี่ยนแปลงไป พบเคสที่มาด้วยอาการต่าง ๆ นอกเหนือจากตุ่มตามร่างกายมากขึ้น
ยกตัวอย่างเช่น เคสที่มาด้วยฝีที่ก้นแล้วพอตรวจดูก็กลับกลายเป็นว่านั่นคือฝีดาษลิง กับเคสที่มาด้วยอาการเหมือนทอนซิลอักเสบหรือคออักเสบ แต่พอตรวจไปก็พบว่าเป็นฝีดาษลิงเช่นกัน
เคสนี้เป็นผู้หญิง อายุ 32 ปี มาด้วยอาการปวดคอทั้งสองข้าง มีไข้ต่อเนื่องมาสองสัปดาห์ กินยาฆ่าเชื้อแล้วอาการไม่ดีขึ้น ตรวจในคอพบรอยโรคตรงผนังคอหอยด้านหลังเป็นแผลสีขาว แพทย์ตรวจร่างกายของผู้ป่วยตำแหน่งอื่นไม่พบผื่นหรือรอยโรคใด ๆ แต่สี่วันต่อมาผู้ป่วยมีตุ่มหนองขึ้นบริเวณสะดือและตำแหน่งต่าง ๆ เช่น สะบักขวา และเต้านม จึงสงสัยการติดเชื้อไวรัสและเมื่อส่งตรวจก็พบว่าเป็นการติดเชื้อฝีดาษลิง
สรุปคือ เป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อฝีดาษลิงโดยมีอาการนำคือเจ็บคอ มีรอยแผลสีขาวตรงผนังคอหอย และไม่มีผื่นใด ๆ ขึ้นตามร่างกายเลย เคสที่ติดเชื้อฝีดาษลิงมีโอกาสพบแผลในช่องปากได้ประมาณ 14 ถึง 30% อยู่แล้ว แต่เคสที่แสดงอาการนำด้วยแผลในช่องปากและเจ็บคอ แต่บนร่างกายไม่พบผื่น เคสลักษณะนี้ค่อนข้างหายาก พบได้ประมาณ 5% ของเคสทั้งหมด
ดังนั้น นอกจากสังเกตอาการเรื่องผื่นขึ้นตามตัวแล้ว ใครที่มีอาการเจ็บคอได้รับการรักษาแต่อาการไม่ดีขึ้น แพทย์อาจจะต้องตรวจหาสาเหตุอื่นเพิ่มเติม โดยอาจมีสาเหตุมาจากฝีดาษลิง

ภาพจาก Drama-addict
เรียบเรียงโดย มุมข่าว