จากกรณีนางกัลยา ภุมิรินทร์ ล้งทุเรียน และ น.ส.วิลาวรรณ ห่านวิไล เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน ชาวอ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร เดินทางเข้าแจ้งความเอาผิดกับ บริษัท เหลียง โหย่ว หวั๊ง จำกัด (ล้งใหญ่ในพื้นที่) ในข้อหาฉ้อโกง หลังไม่ได้รับเงินตามที่ตกลงกันไว้และยังถูกหลอกให้เซ็นสัญญาเป็นผู้จดทะเบียนเสียภาษี ทำให้ได้รับความเดือดร้อน ตกเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่างแทนบริษัท

โดย นางกัลยา เผยว่า หลังจากเกิดเหตุตนและนางสาววิลาวรรณ ได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.หลังสวน จ.ชุมพร แล้ว ตั้งแต่ช่วงกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่คดีไม่มีความคืบหน้า ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิเสธรับทำคดี เชื่อว่าเจ้าของบริษัทเหลียง โหย่ว หวั๊ง จำกัด ที่มีเจ้าของเป็นคนจีนและมีภรรยาเป็นคนไทยชื่อ "เจ๊ผิง" มีอิทธิพลในพื้นที่ จึงตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพฯไปร้องเรียนที่รัฐสภา ก่อนจะเดินทางมาแจ้งความเอาผิดกับบริษัทดังกล่าวที่ กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อให้ดำเนินคดีเร่งรัดตรวจสอบกรณีดังกล่าว

โดยเชื่อว่าตนนั้นถูกฉ้อโกง เริ่มจากน.ส.วิลาวรรณ ได้นำทุเรียนจากสวนไปขายที่ล้งของตน ซึ่งเป็นแผงรวบรวมทุเรียนให้กับล้ง บริษัท เหลียง โหย่ว หวั๊ง จำกัด เพราะเป็นบริษัทใหญ่ มีพนักงานในล้งจำนวนมาก สร้างความน่าเชื่อถือ นางวิลาวรรณจึงได้นำไปขายที่ล้งนี้จำนวน 3 ครั้ง

ครั้งที่ 1 วันที่ 14 ก.ค.69 นำทุเรียนไปขาย คิดเป็นเงินจำนวน 294,949 บาท ได้รับเงินปกติ

คร้ังที่ 2 วันที่ 18 ก.ค.69 นำทุเรียนไปขาย คิดเป็นเงินจำนวน 51,140 บาท ได้รับเงินปกติ

แต่ครั้งที่ 3 วันที่ 23-24 ก.ค.69 ได้นำทุเรียยไปขายคิดเป็นเงิน 350,275 บาท ยังไม่ได้ให้เงิน น.ส.วิลาวรรณมาทวงถามและถูกบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด โดยทางบริษัทดังกบ่าวอ้างว่า รอแลกเงินหยวน โอนให้ครบไปแล้ว ผลัดวันไปเรื่อยๆ ตนเองเห็นว่าถูกโกงแน่แล้ว จึงมาแจ้งความไว้ที่ สภ.หลังสวน จ.ชุมพร ตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.69 ซึ่งก็ไม่มีความคืบหน้าใดๆเลย ซึ่งทำให้ต้องแบกความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่รับมาจากชาวบ้านในพื้นที่อีกหลายราย ที่นำทุเรียนมาขายให้กับตนทั้งหมดอีกประมาณ 1.8 ล้านบาท ที่ยอดยังตกค้าง

นอกจากนี้ ในระหว่างที่ตนมาร้องเรียนขอความเป็นธรรมที่รัฐสภา เสมียนของบริษัทดังกล่าว ได้มีการแอบเข้าไปยังบริษัทของตน นำเครื่องปรื้น 1 เครื่อง และ โน๊ตบุ๊ค จำนวน 3 เครื่อง ที่เก็บข้อมูลการซื้อขายทุเรียนของบริษัทของตนออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาตอีกด้วย

ในวันนี้จึงจะให้เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปราม ดำเนินการเอาผิดกับบริษัท เหลียง โหย่ว หวั๊ง จำกัด ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน และเอาผิดกับบุคคล ที่เป็นเสมียนของบริษัทดังกล่าวในข้อหาลักทรัพย์อีกด้วย.