วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนราธิวาส ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณอาคารผู้โดยสารสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส หลังได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ร้อย ปพ.ที่ 2 บก.อส. ว่าพบบุคคลต่างด้าวมีพฤติการณ์น่าสงสัย ก่อนเข้าตรวจสอบและจับกุมชายชาวอินเดีย อายุ 26 ปี ซึ่งอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดอนุญาตนานถึง 1,306 วัน

การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. ซึ่งได้สั่งการผ่าน พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ และ พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผบช.สตม. ให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและปราบปรามบุคคลต่างด้าวที่พำนักอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย รวมถึงบุคคลที่มีหมายจับจากต่างประเทศ

ภายใต้การกำกับดูแลของ พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.กันตวัฒน์ พงศ์สถาบดี รอง ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.พูลศักดิ์ แก้วสีขาว ผกก.ตม.จว.นราธิวาส และ พ.ต.ท.สมศักดิ์ แสงสิน รอง ผกก.ตม.จว.นราธิวาส ได้มอบหมายให้ ว่าที่ พ.ต.ท.ชยุตม์พงศ์ โชติธีระวัฒนา สว.ตม.จว.นราธิวาส นำกำลังชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามจับกุมบุคคลต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

จากการตรวจสอบพบชายชาวอินเดีย อายุ 26 ปี ซึ่งใช้อักษรย่อว่า นายเอ (นามสมมติ) เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบหนังสือเดินทางและข้อมูลผ่านระบบ BIOMETRIC พบว่า นายเอได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 4 เมษายน 2566 แต่ไม่ได้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรตามกำหนด และไม่ได้ยื่นขอต่อระยะเวลาการพำนัก จึงเข้าจับกุมในข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay) เป็นระยะเวลา 1,306 วัน พร้อมแจ้งสิทธิตามกฎหมาย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สุไหงโก-ลก เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ด้านโฆษก บก.ตม.6 เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดจากการบูรณาการข้อมูลข่าวสารที่ได้รับจากประชาชนและหน่วยงานร่วมปฏิบัติ เพื่อนำมาตรวจสอบบุคคลต้องสงสัย ประกอบกับการนำเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมาใช้สนับสนุนการสืบสวน ส่งผลให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบข้อมูลและติดตามบุคคลต่างด้าวที่อาจกระทำผิดกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6 ได้กำชับให้ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนราธิวาสเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบพื้นที่ รวมถึงสืบสวนติดตามบุคคลต่างด้าวที่อยู่เกินกำหนดอนุญาต (Overstay) และบุคคลที่มีหมายจับตามข้อมูลที่ตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย สร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชน และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับจังหวัดในฐานะเมืองท่องเที่ยว