จากกรณี พระครูโอภาสเจติยารักษ์ เจ้าอาวาสวัดสันธาตุ ต.โยนก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย มรณภาพภายในหนองน้ำหลังวัด ท่ามกลางข้อสงสัยเกี่ยวกับปมเงินลงทุนที่สูญไปกว่า 1 ล้านบาท
วันที่ 29 ต.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจากคณะผู้นำชุมชนบ้านสันธาตุ หมู่ 4 และบ้านสันธาตุใหม่พัฒนา หมู่ 9 ต.โยนก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น โดยบรรยากาศภายในวัดสันธาตุเต็มไปด้วยความโศกเศร้า มีญาติโยม คณะศิษยานุศิษย์ และชาวบ้านเดินทางมาร่วมจัดเตรียมงานศพและแสดงความอาลัยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีพระครูประยุตเจติยานุการ (ตุ๊เทน) เจ้าอาวาสวัดดอยเวา และพระครูหิรัญอาวาสวัตร เจ้าอาวาสวัดหิรัญญาวาส (วัดเหมืองแดงน้อย) เดินทางมาร่วมไว้อาลัยแก่เจ้าอาวาสผู้เป็นที่เคารพรักของคนในชุมชน
ด้านนายตะวัน มั่งมูล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 นายอดุลย์ ยางยุทธ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ต.โยนก และนายถาวร แก้วพิษ ไวยาวัจกรวัดสันธาตุ ได้ร่วมกันเปิดเผยลำดับเหตุการณ์ว่า จุดเริ่มต้นของเรื่องเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 เมื่อเจ้าอาวาสหลงเชื่อคำชักชวนของพระคู่กรณีให้ร่วมลงทุน โดยมีการเสนอผลตอบแทนสูงถึงลงทุน 10,000 บาท จะได้รับกำไร 20,000 บาท จากนั้นเจ้าอาวาสทยอยโอนเงินลงทุนหลายครั้ง ตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นบาท รวมเป็นเงินกว่า 1,000,000 บาท ซึ่งมีการจดบันทึกไว้ในสมุดส่วนตัว โดยก่อนหน้านี้คนใกล้ชิดและชาวบ้านไม่มีใครทราบเรื่องดังกล่าวมาก่อน
กระทั่งวันที่ 27 ต.ค. 2569 เจ้าอาวาสได้ให้ไวยาวัจกรขับรถพาไปติดตามทวงเงินที่วัดแห่งหนึ่งในเขต ต.ป่าสัก อ.เชียงแสน แต่พระรูปดังกล่าวกลับบ่ายเบี่ยง พร้อมแนะนำให้ไปสอบถามกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งด้วยตัวเอง เมื่อไม่สามารถติดตามเงินคืนได้ เจ้าอาวาสจึงนำเอกสารหลักฐานเข้าแจ้งความที่ สภ.เชียงแสน ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ก่อนเดินทางกลับกุฏิ พร้อมฝากฝังไวยาวัจกรให้ช่วยติดตามเงินที่ไปทวงในวันดังกล่าวด้วย ขณะที่พระสมชาย แสงเงิน พระลูกวัดสันธาตุ เล่าเหตุการณ์ในช่วงก่อนพบร่างว่า เช้าวันที่ 28 ต.ค. 2569 เวลาประมาณ 05.10 น. เจ้าอาวาสโทรศัพท์หาตนถึง 3 สาย แต่ไม่ได้รับสาย กระทั่งเวลาประมาณ 05.30 น. เจ้าอาวาสโทรมาอีกครั้ง พร้อมบอกว่า หลังจากบิณฑบาตเสร็จแล้ว ให้ลงไปช่วยยกของบริเวณหนองน้ำหลังวัด
เมื่อพระลูกวัด 2 รูปเดินทางไปถึงบริเวณสะพานริมหนองน้ำ กลับพบสิ่งผิดปกติ โดยมีธงพระสีเหลืองปักอยู่ริมหนองน้ำ และมีเอกสารลายมือของเจ้าอาวาสวางอยู่บนสะพาน นอกจากนี้ยังพบเชือกเส้นหนึ่งผูกติดกับสะพานและทอดลงไปในน้ำ เมื่อช่วยกันลากเชือกขึ้นมา จึงพบร่างเจ้าอาวาสอยู่ใต้สะพาน ในลักษณะนอนคว่ำหน้าจมน้ำ โดยมีเชือกผูกติดอยู่บริเวณเอว เบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 30 นาทีก่อนพบร่าง
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ ยังพบเอกสารลายมือที่พระครูโอภาสเจติยารักษ์เขียนทิ้งไว้ก่อนมรณภาพ มีข้อความวอนขอให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองเร่งติดตามเรื่องที่เกิดขึ้น โดยในเอกสารดังกล่าวมีการระบุชื่อเชื่อมโยงไปถึงพระครูอนุรักษ์วรศิลป์ ซึ่งจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ป่าสัก อ.เชียงแสน จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ชาวบ้านและผู้นำชุมชนต่างเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงแสน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและสืบสวนคลี่คลายคดี โดยเฉพาะปมเงินลงทุนที่สูญหายไปกว่า 1 ล้านบาท พร้อมดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำรอย และไม่ให้พระสงฆ์รูปอื่นต้องตกเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกลวงอีก