เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 เพจเฟสบุ๊ค กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM รายงานระบุว่า ได้มีการ สั่งประสาน 14 จังหวัดภาคใต้ รวมถึงเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ เตรียมพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยและคลื่นลมแรง โดยให้ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า เพื่อวางแผนการทำงานในพื้นที่ เพิ่มประสิทธิภาพการแจ้งเตือนภัยผ่านทุกช่องทางเพื่อให้ประชาชนรับรู้ทั่วถึง ตลอดจนสำรวจและจัดทำฐานข้อมูลในการช่วยเหลือเยียวยา พร้อมประสาน คปภ. และบริษัทประกันภัยในพื้นที่ เร่งสำรวจความเสียหายและอำนวยความสะดวกในการเคลมประกัน รวมถึงฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยให้กลับสู่ภาวะปกติ และขอให้ประชาชนติดตามประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด และหากได้รับคำสั่งให้อพยพให้ออกจากพื้นที่ทันที นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากการติดตามคาดหมายลักษณะอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ในช่วงเดือนตุลาคม 2568 เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาว และในพื้นที่ภาคกลางตอน
ล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน อาจมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้หรือเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณภาคตะวันออกและต่อเนื่องลงมาจนถึงอ่าวไทยตอนบนและภาคใต้ สำหรับเดือนพฤศจิกายน 2569 ภาคใต้จะยังคงมีฝนตกชุกอย่างต่อเนื่อง อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งในหลายพื้นที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ จึงได้สั่งการให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (กอปภ.จ.) ใน 14 จังหวัดภาคใต้ รวมถึงจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยและคลื่นลมแรงให้ครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การเตรียมความพร้อม การเผชิญเหตุ และการฟื้นฟูเยียวยา
ด้านการเตรียมความพร้อม โดยกำชับให้จังหวัดติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน สถานการณ์น้ำท่า สถานการณ์น้ำท่า ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำอย่างใกล้ชิด ประเมินความเสี่ยงเกิดอุทกภัย คลื่นลมแรง และดินสไลด์ในพื้นที่ หากคาดว่าจะเกิดสถานการณ์แจ้งไปยังศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติทำการแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast เพื่อให้ประชาชนเตรียมความพร้อมรับมือให้ทันต่อสถานการณ์ รวมถึงให้ปรับปรุงแผนเผชิญเหตุให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้การวางแผนการบริหารทรัพยากร การอพยพผูประสบภัย การค้นหาและกู้ภัย การดำรงชีพ การแพทย์และสาธารณสุข การคมนาคม และการรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าผ่านทุกช่องทาง เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบและเตรียมรับมือได้อย่างถูกต้อง ตลอดจนเตรียมความพร้อมระบบการสื่อสารให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง และเตรียมพร้อมทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักรกล ยานพาหนะ เครื่องมือ อุปกรณ์ และติดตั้งเครื่องจักรกลสาธารณภัยประจำยังพื้นที่เสี่ยงภัยล่วงหน้า เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างรวดเร็ว พร้อม จัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวรองรับผู้ประสบภัยโดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเพียงพอ เฝ้าระวังสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้อง กำหนดมาตรการในการเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย ปิดกั้นพื้นที่ และกำหนดแนวทางในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่อาจจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยในพื้นที่
ด้านการเผชิญเหตุ ให้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด อำเภอ และศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินท้องถิ่น เพื่อเป็นศูนย์ควบคุม สั่งการ อำนวยการ และประสานการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเป็นระบบ วางแผนการระบายน้ำและควบคุมสถานการณ์น้ำ โดยเร่งพร่องน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ บริหารประตูระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ กรณีมีแนวโน้มเกิดคลื่นลมแรง ให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งเตือนการเดินเรือ และดำเนินการตามมาตรการเพื่อความปลอดภัย ประชาสัมพันธ์ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมชายฝั่งเตรียมรับมือคลื่นซัดชายฝั่ง เพื่อลดความเสียหาย
และ ด้านการฟื้นฟูเยียวยา ให้สำรวจและจัดทำฐานข้อมูลความเสียหายที่ครวบคลุมทุกด้าน ครบถ้วน ถูกต้อง ไม่ซ้ำซ้อน เพื่อเป็นข้อมูลในการพิจารณาความช่วยเหลือและเยียยาผู้ประสบภัย รวมถึงดำเนินการช่วยเหลือและเยียวยา ตามระเบียบและหลักเกณฑ์ พร้อมประชาสัมพันธ์สิทธิและช่องทางการขอรับความช่วยเหลือให้ประชาชนทราบอย่างทั่วถึง โดยประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย และบริษัทประกันภัยในพื้นที่ให้เร่งสำรวจความเสียหาย และอำนวยความสะดวกในการเคลมประกัน เพื่อให้ประชาชนได้รับค่าสินไหมทดแทนโดยเร็ว ตลอดจนฟื้นฟูบ้านเรือน ชุมชน ระบบสาธารณูปโภค และโครงสร้างพื้นฐาน ให้กลับคืนสู่สภาพเดิมโดยเร็ว ท้ายนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามสถานการณ์และประกาศแจ้งเตือนภัยจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ล่วงหน้า หากมีคำสั่งให้อพยพขอให้อพยพออกจากพื้นที่ทันที ในกรณีที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัย สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ทาง Line Official Account “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อนผ่าน Line ID @1784DDPM และทางสายด่วนนิรภัย ตลอด 24 ชั่วโมง

ภาพจาก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM

ภาพจาก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM