เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์พิจิตร เข้าตรวจสอบสถานที่รับซื้อและแบ่งบรรจุไส้สุกรในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลเขาทราย อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร หลังสืบสวนขยายผลจากการเข้าตรวจค้นโกดังเก็บไส้สุกรหมักเกลือในแขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 โดยพบพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงระหว่างโกดังดังกล่าวกับแหล่งรับซื้อไส้สุกรในจังหวัดพิจิตร จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบเส้นทางสินค้า เพื่อป้องกันวัตถุดิบที่ไม่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ถูกส่งต่อไปจำหน่ายแก่ผู้บริโภค

จากการตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว พบว่าบริเวณหลังบ้านใช้เป็นพื้นที่จัดเก็บถังบรรจุไส้สุกร รวมถึงทำความสะอาด หมักเกลือ และแบ่งบรรจุใส่ถุงเพื่อจำหน่ายต่อ โดยสภาพการจัดเก็บและการดำเนินกิจการที่ตรวจพบไม่ถูกสุขลักษณะ นอกจากนี้ ยังพบว่าสถานที่แห่งนี้รับไส้สุกรมาแบ่งบรรจุเพื่อจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ และส่งให้ร้านผลิตไส้กรอกที่นำไปจำหน่ายแก่ประชาชน จึงเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างแหล่งรับวัตถุดิบกับผู้ประกอบการอาหาร ขณะที่พยานหลักฐานยังแสดงถึงความเกี่ยวข้องกับโกดังไส้สุกรหมักเกลือที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นก่อนหน้านี้ ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมรายละเอียดเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง

ผลการตรวจสอบพบไส้สุกรบรรจุถังจำนวน 57 ถัง น้ำหนักรวม 8,550 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ารวม 855,000 บาท โดยไส้สุกรทั้งหมดไม่มีใบอนุญาตเคลื่อนย้ายซากสัตว์กำกับ และไม่สามารถแสดงเอกสารรับรองแหล่งที่มาที่ตรวจสอบได้ ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า สินค้าส่วนหนึ่งนำเข้ามาจากประเทศจีน ส่วนแหล่งที่มาและเส้นทางการนำเข้าสินค้าทั้งหมดยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติม

การไม่มีเอกสารกำกับและหลักฐานรับรองแหล่งที่มา ประกอบกับสภาพการจัดเก็บและแบ่งบรรจุที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ทำให้ต้องตรวจสอบประเด็นด้านความสะอาดและความปลอดภัยของวัตถุดิบ โดยเฉพาะเมื่อมีการส่งต่อไปใช้ผลิตไส้กรอกจำหน่ายแก่ประชาชน เจ้าหน้าที่จึงอายัดไส้สุกรทั้งหมดไว้ พร้อมให้ผู้ครอบครองนำเอกสารที่เกี่ยวข้องมาแสดง และรวบรวมพยานหลักฐานส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปคบ. เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

เบื้องต้น การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 มาตรา 34 กรณีเคลื่อนย้ายซากสัตว์ข้ามเขตจังหวัดโดยไม่ได้รับอนุญาตตามแบบ ร.4 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 71 จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ ยังอาจเกี่ยวข้องกับความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 246 กรณีช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย หรือรับไว้ซึ่งของอันเนื่องด้วยความผิดทางศุลกากร โดยการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องจะพิจารณาจากองค์ประกอบความผิด พยานหลักฐาน และผลการตรวจสอบการนำเข้าสินค้า

ทั้งนี้ บก.ปคบ. ร่วมกับกรมปศุสัตว์ จะติดตามขยายผลตั้งแต่จุดเก็บสินค้าไปจนถึงแหล่งแบ่งบรรจุและช่องทางจำหน่าย เพื่อป้องกันการส่งต่อวัตถุดิบที่ไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ พร้อมตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องตามพยานหลักฐาน โดยขอให้ผู้ประกอบการร้านอาหารและผู้ประกอบการด้านอาหารเลือกซื้อวัตถุดิบจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และตรวจสอบสภาพการเก็บรักษา เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับอาหารที่สะอาดและปลอดภัย