เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2569 พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐ์บรรณากร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) เข้าควบคุมสถานการณ์ชายคลุ้มคลั่งใช้อาวุธมีดจี้คอภรรยาและลูกชายเป็นตัวประกัน บริเวณริมถนนเพชรบุรี ใกล้แยกอุรุพงษ์ โดยได้เดินทางไปบัญชาการเหตุการณ์ด้วยตนเอง พร้อมร่วมเจรจากับผู้ก่อเหตุอย่างสุขุม ก่อนอาศัยทักษะและประสบการณ์จากการปฏิบัติการพิเศษในช่วงที่เคยดำรงตำแหน่งรองผู้กำกับการต่อต้านการก่อการร้าย อรินทราช 26 ตัดสินใจเข้าชาร์จและแย่งอาวุธมีดจากผู้ก่อเหตุได้อย่างรวดเร็ว ช่วยเหลือตัวประกันทั้งหญิงและเด็กให้พ้นจากอันตรายได้อย่างปลอดภัย การปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวได้รับเสียงชื่นชมจากความเด็ดขาดและการเข้าระงับเหตุได้อย่างทันท่วงที

สำหรับประวัติของ พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐ์บรรณากร หรือที่รู้จักกันในชื่อ ผู้การซ่าส์ สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 36 และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 52 โดยได้รับการคัดเลือกให้เป็นหัวหน้านักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 52 ก่อนเริ่มต้นรับราชการในตำแหน่งรองสารวัตรโรงเรียนนายร้อยตำรวจ และได้รับเลือกให้ทำหน้าที่ผู้บังคับหมวดปกครองนักเรียนเตรียมทหาร จากนั้นดำรงตำแหน่งรองสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน รองสารวัตรกองทะเบียนประวัติ 1 สารวัตรศูนย์พัฒนานิติวิทยาศาสตร์ สารวัตรปราบปราม สถานีตำรวจภูธรบางแพ จังหวัดราชบุรี และสารวัตรสืบสวนปราบปราม สถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร

ต่อมา พล.ต.ต.วรศักดิ์ได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งสารวัตรงานสายตรวจ 1 กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ก่อนขยับขึ้นเป็นรองผู้กำกับการต่อต้านการก่อการร้าย อรินทราช 26 และรองผู้กำกับการปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลจักรวรรดิ รวมถึงรองผู้กำกับการสืบสวนตำรวจนครบาล 2 จากนั้นรับตำแหน่งผู้กำกับการศูนย์ซักถาม จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) ผู้กำกับการอำนวยการ จังหวัดเพชรบุรี และผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม ก่อนเลื่อนขึ้นเป็นรองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 และรองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บังคับการกองสารนิเทศ พร้อมทำหน้าที่รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนกระทั่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ในปัจจุบัน

นอกจากประสบการณ์การทำงานในสายงานป้องกันปราบปรามและปฏิบัติการพิเศษแล้ว พล.ต.ต.วรศักดิ์ยังผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรสำคัญหลายหลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรการบริหารเหตุการณ์วิกฤต ณ ประเทศอินโดนีเซีย หลักสูตรต่อต้านการก่อการร้าย อรินทราช 26 และหลักสูตรกระโดดร่มแบบกระตุกเอง ณ ค่ายนเรศวร ซึ่งประสบการณ์และทักษะจากการฝึกอบรมเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของพื้นฐานการปฏิบัติงานที่ต้องอาศัยการตัดสินใจอย่างรวดเร็วและความเชี่ยวชาญในการรับมือกับสถานการณ์อันตราย ดังเช่นเหตุการณ์เข้าช่วยเหลือภรรยาและลูกชายที่ถูกจับเป็นตัวประกันบริเวณแยกอุรุพงษ์ที่ผ่านมา