เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 มีรายงานเกิดเหตุสลดขึ้นในพื้นที่ ต.อาจสามารถ หลังน้องปลาคราฟ เด็กชายวัย 7 ขวบ ถูกกิ่งไม้จากต้นยางนาหักตกใส่บริเวณท้ายทอย ขณะนั่งเล่นกองดินอยู่ใกล้ศาลเจ้าปู่บ้านนาสมดี หมู่ 9 ภายในบริเวณศาลากลางบ้าน จนหมดสติและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แพทย์ตรวจพบเลือดคั่งในสมอง แม้จะเร่งประสานส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลสกลนครในเบื้องต้น แต่ภายหลังมีการเปลี่ยนปลายทางไปรักษาที่โรงพยาบาลมุกดาหาร ก่อนที่เด็กชายจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ช่วงกลางดึกวันที่ 14 ตุลาคม 2569 นางพลอยไพลิน (นามสมมติ) อายุ 40 ปี แม่ของน้องปลาคราฟ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวด้วยความโศกเศร้า โดยระบุว่า หัวใจของแม่แทบแตกสลาย พร้อมเผยอีกข้อความที่สะเทือนใจว่า #ผู้หญิงคนนึงต้องอุ้มท้องลูกมา 9 เดือน แต่ได้ใช้ชีวิตกับลูกแค่ 6 ปี 6 เดือน 13 วัน..แม่คนนี้มันจุกมันเจ็บไปหมด....เหมือนหัวของแม่คนนี้มันแตกสลาย..รอยยิ้ม เสียงหัวเราะของลูกที่แม่เคยได้ยิน..ตอนนี้มันเงียบไปหมด..จนแม่ไม่อยากไปต่อ..ไม่มีคืนไหนที่เราไม่ได้นอนกอดกัน #แม่กับพ่อเต็มที่ที่สุดแล้ว..น้องปลาคราฟ # 13 ตุลาคม ไม่เคยใจดีกับเราเลย
ต่อมามีการสอบถามข้อมูลผ่านความคิดเห็นใต้โพสต์ จึงทราบว่าน้องปลาคราฟได้จากไปอย่างสงบหลังถึงมือแพทย์ได้ไม่นาน เนื่องจากมีเลือดคั่งในสมองจำนวนมาก ทำให้ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ ขณะที่บ้านเลขที่ 99 หมู่ 9 ซึ่งเป็นบ้านของน้องและเปิดเป็นร้านขายของชำในหมู่บ้านนาสมดี บรรดาญาติกำลังช่วยกันจัดเตรียมสถานที่เพื่อรอรับร่างของเด็กชายกลับบ้าน ส่วนแม่น้องปลาคราฟอยู่ระหว่างดำเนินการยื่นเอกสารที่โรงพยาบาลมุกดาหาร โดยคาดว่าร่างของน้องจะเดินทางถึงบ้านในช่วงบ่ายของวันที่ 14 ตุลาคม 2569 หลังข่าวการเสียชีวิตแพร่กระจายออกไป เพื่อนบ้านต่างพากันจับกลุ่มพูดคุยถึงเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้น
สำหรับจุดเกิดเหตุบริเวณศาลากลางบ้าน พบต้นยางนาขนาดใหญ่ประมาณสองคนโอบ ซึ่งมีอายุมากกว่า 50 ปี ส่วนท่อนไม้ที่หักลงมามีขนาดประมาณสองมือกำ ยังคงกองอยู่ข้างกองดิน โดยมีชาวบ้านเดินทางมาตรวจสอบบริเวณดังกล่าว พร้อมพูดคุยถึงประเด็นความรับผิดชอบว่า หากเกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้น จะมีหน่วยงานใดต้องรับผิดชอบต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น และตั้งคำถามว่าน้องจะต้องเสียชีวิตไปโดยไม่มีผู้รับผิดชอบหรือไม่