ข่าวโซเชียล

เอาแล้วไง! ทนายแม่เด็กแฉ พ่อฝ่าฝืนข้อตกลงศาล นำลูกทำคอนเทนต์ต่อเนื่อง

|
เอาแล้วไง! ทนายแม่เด็กแฉ พ่อฝ่าฝืนข้อตกลงศาล นำลูกทำคอนเทนต์ต่อเนื่อง

วันที่ 17 กันยายน 2569 นางสาวพราวรวี ว่องไวทวีวงศ์ หรือ ทนายแพม ทนายความฝ่ายแม่เด็ก เปิดเผยความคืบหน้ากรณีข้อพิพาทเรื่องอำนาจปกครองบุตร โดยระบุว่า ก่อนหน้านี้เด็กทั้ง 2 คนอาศัยอยู่กับพ่อและแม่ ซึ่งทั้งคู่จดทะเบียนสมรสกัน และฝ่ายแม่เป็นผู้มีอำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะเลิกรากันเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน และเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลเยาวชน

ต่อมาวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ทั้งสองฝ่ายได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อศาล โดยหนึ่งในข้อตกลงสำคัญกำหนดว่า ฝ่ายพ่อจะไม่นำลูกไปทำคอนเทนต์ และหากมีการฝ่าฝืน จะมีการดำเนินการเกี่ยวกับอำนาจปกครองตามที่ตกลงกันไว้

หลังจากทำข้อตกลงในช่วงแรก ฝ่ายแม่ยังไม่พบว่ามีการทำคอนเทนต์เกี่ยวกับเด็กในลักษณะที่น่ากังวลมากนัก แต่ภายหลังกลับพบว่ามีการเผยแพร่คลิปที่เกี่ยวข้องกับเด็กออกมาอย่างต่อเนื่อง จึงพยายามรวบรวมหลักฐานเอาไว้ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาของศาล

ขณะเดียวกัน ฝ่ายแม่ยังติดต่อพูดคุยกับลูกผ่านทางแชต และพยายามสอบถามถึงสถานการณ์ต่างๆ แต่มีความกังวลว่าเด็กอาจไม่กล้าขัดหรือแสดงความคิดเห็นในบางเรื่อง นอกจากนี้ ฝ่ายแม่ระบุว่า ทราบว่าลูกทั้ง 2 คนไม่ได้ไปโรงเรียน และไม่ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานตามที่ควรจะเป็น จึงพยายามเดินทางไปพบลูก แต่ไม่สามารถพบได้ตามต้องการ

ทนายแพมเปิดเผยเพิ่มเติมว่า คุณแม่ไม่เคยต้องการออกสื่อ และไม่ต้องการให้สังคมมองว่าเข้ามาหากระแสจากการที่ลูกเป็นที่รู้จัก โดยสิ่งที่แม่ต้องการคืออยากได้ลูกกลับมา เพื่อพากลับไปเรียน รวมถึงเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือหรือปรับพฤติกรรมตามความเหมาะสม เพื่อให้เด็กสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

ก่อนหน้านี้ฝ่ายแม่เคยส่งทีมเข้าไปพูดคุยและเจรจากับเด็ก แต่เด็กระบุว่ายังไม่ต้องการไปอยู่กับแม่ ทั้งนี้ ในคดีที่เกี่ยวข้องกับเด็ก ศาลสามารถรับฟังความคิดเห็นของเด็กเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาได้ แต่ยังจำเป็นต้องพิจารณาข้อเท็จจริง ความเหมาะสม และประโยชน์สูงสุดของเด็กประกอบกัน

สำหรับฝ่ายแม่ยังมองว่า เด็กอาจมีความเข้าใจว่าแม่ทอดทิ้ง เนื่องจากไม่ได้พบกันบ่อยครั้ง แต่ยืนยันว่าแม่ยังคอยดูแลและให้ความช่วยเหลือลูกอยู่ตลอด เพียงแต่ไม่ต้องการออกสื่อหรือทำให้เด็กรู้สึกว่าเรื่องราวของตัวเองถูกนำมาใช้ประโยชน์

ล่าสุด ทนายความเตรียมยื่นเอกสารต่อศาลเยาวชนในวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569 เพื่อขอเพิกถอนอำนาจปกครองของฝ่ายพ่อ และขอให้ฝ่ายแม่เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว ตามข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายเคยทำไว้ต่อศาล

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายแม่ยืนยันว่าไม่ได้ต้องการกีดกันไม่ให้พ่อพบลูก หากในอนาคตฝ่ายพ่อสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและทัศนคติได้ เนื่องจากเรื่องอำนาจปกครองเป็นอีกประเด็นหนึ่ง แต่สิ่งที่ฝ่ายแม่กังวลคือ หากลูกกลับไปอยู่กับพ่อ จะถูกนำไปทำคอนเทนต์ในลักษณะเดิมอีกหรือไม่

ทั้งนี้ การพิจารณาเรื่องอำนาจปกครองยังเป็นอำนาจของศาล ซึ่งจะพิจารณาจากข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และประโยชน์ของเด็กเป็นสำคัญ

ABOUT THE AUTHOR

neen

ทีมข่าว Siam News