ข่าวโซเชียล

ใจร้ายเกิน! เปิดคำสารภาพชายเหี้ยม ลงมือกับสุนัขพิการจนเสียชีวิต เจ้าของสุดจะรับไหว

|
ใจร้ายเกิน! เปิดคำสารภาพชายเหี้ยม ลงมือกับสุนัขพิการจนเสียชีวิต เจ้าของสุดจะรับไหว

เกิดเหตุสะเทือนใจในพื้นที่ อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ หลังเพจดังเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ชายรายหนึ่งกำลังขุดหลุมฝังซากสุนัขพิการ 3 ขา ชื่อ เจ้าเฮง หลังถูกทำร้ายจนเสียชีวิต จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ ขณะที่เจ้าของสุนัขได้เข้าแจ้งความกับตำรวจไว้แล้ว

จากกรณีดังกล่าว พ.ต.อ.ไกรยสิทธิ์ ออมไธสง ผกก.สภ.ชำนิ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุ กระทั่งสามารถควบคุมตัว นายปรีชา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี ได้ที่บ้านพัก พร้อมตรวจยึดจอบที่ใช้ก่อเหตุไว้เป็นของกลาง

จากการสอบสวน นายปรีชายอมรับว่าใช้จอบทำร้ายบริเวณศีรษะของ เจ้าเฮง จำนวน 2 ครั้ง จนสุนัขเสียชีวิต ก่อนลากซากไปขุดหลุมฝังบริเวณหน้าบ้าน โดยอ้างว่าสุนัขตัวดังกล่าวเป็นของตนเอง และมีอาการป่วยหลายโรค รวมถึงเกรงว่าจะมีเห็บติดมากับสุนัขและแพร่เชื้อโรคไปยังคนในครอบครัว อีกทั้งอ้างว่าเคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะกำจัดสุนัขตัวดังกล่าว เนื่องจากสร้างความเดือดร้อน

ด้าน นายกวินสานติ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี เจ้าของ เจ้าเฮง เปิดเผยว่า เดิมตนรับสุนัขตัวนี้มาเลี้ยงต่อ หลังพบว่าเคยถูกคนรัดคอ และต่อมายังประสบอุบัติเหตุถูกรถชนจนต้องตัดขา เหลือเพียง 3 ขา โดยตนเสียค่ารักษาพยาบาลไปกว่า 13,000 บาท

ช่วงเกิดเหตุ ตนอยู่ระหว่างย้ายที่พัก จึงว่าจ้างคนมาช่วยดูแล เจ้าเฮง และกำลังเตรียมจะรับสุนัขไปอยู่ด้วย แต่กลับเกิดเหตุขึ้นเสียก่อน ทำให้รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะที่ผ่านมาเคยช่วยเหลือสุนัขมาแล้วหลายตัวและใช้เงินในการช่วยเหลือรวมเป็นจำนวนมาก

ขณะที่ น.ส.สุธาสินี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี ผู้ดูแลสุนัข เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ 1 วัน กล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่บริเวณดังกล่าวถูกถอดปลั๊กออก จึงตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ล่าสุด หลังเจ้าหน้าที่สอบสวนผู้ต้องหาเป็นเวลา 2 วัน พ.ต.ท.ศักดิ์ชาย กิตติอุดมพันธ์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.ชำนิ ได้แจ้งข้อหากับนายปรีชารวม 3 ข้อหา ได้แก่ บุกรุกเคหสถาน, ทารุณกรรมสัตว์โดยเจตนา และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ABOUT THE AUTHOR

mm.

ทีมข่าว Siam News