วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง จังหวัดเชียงใหม่ เร่งติดตามความคืบหน้าคดีวัยรุ่น 2 กลุ่มก่อเหตุทะเลาะวิวาทและขับรถไล่ทำร้ายกันกลางดึก จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย และ น.ส.กนกรัตน์ ยศธิวงค์ ผู้ช่วยพยาบาล เสียชีวิต หลังขับรถผ่านจุดเกิดเหตุและลงไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ แต่กลับถูกรถกระบะของกลุ่มวัยรุ่นพุ่งชน ล่าสุดสามารถติดตามตัวคนขับรถกระบะคันดังกล่าวได้แล้ว โดยเจ้าตัวเดินทางเข้ามอบตัวที่ สภ.แม่ปิง ในช่วงสายของวันนี้ พร้อมนำรถกระบะที่ใช้ในเหตุการณ์มาด้วย
ด้าน พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าคดี โดยเปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้สั่งการให้เร่งรัดติดตามคดีและติดตามจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมด เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ตำรวจทราบตัวผู้ที่เกี่ยวข้องทั้ง 2 กลุ่มแล้ว จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ทั้งสองกลุ่มเคยมีเรื่องขัดแย้งกันมาก่อน และมีการท้าทายกันผ่านทางโซเชียลมีเดีย ก่อนนัดหมายมาเจอกันเพื่อก่อเหตุทะเลาะวิวาทและชกต่อยกัน แต่ระหว่างที่นัดพบกันนั้น มีตำรวจสายตรวจเข้ามาตรวจสอบในพื้นที่ ทำให้กลุ่มวัยรุ่นต่างแยกย้ายกันไปก่อน
อย่างไรก็ตาม หลังจากขับรถออกไป กลุ่มวัยรุ่นยังคงก่อเหตุไล่ทำร้ายกันอีกครั้ง จนมีรถจักรยานยนต์ของกลุ่มหนึ่งล้มและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะนั้น น.ส.กนกรัตน์ ซึ่งขับรถผ่านมาพบเห็นเหตุการณ์พอดี จึงจอดรถและลงไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ แต่ระหว่างนั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ขับรถมาด้วยความเร็ว ก่อนพุ่งชน น.ส.กนกรัตน์ จนเสียชีวิต ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสอบสวน โดยเบื้องต้นผู้ขับรถกระบะให้การอ้างว่า ขณะเกิดเหตุได้ก้มหลบกระสุนจากกลุ่มคู่อริ เพราะเกรงว่าจะถูกทำร้าย จึงทำให้รถพุ่งชนรถจักรยานยนต์และผู้ช่วยพยาบาลที่เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การดังกล่าว และคาดว่าผู้ก่อเหตุอาจขับรถมาด้วยความเร็วและประมาท
พล.ต.ต.ธวัชชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ตำรวจจะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุทั้ง 2 กลุ่มในข้อหาชุมนุมต่อสู้ จากการตรวจสอบประวัติพบว่า วัยรุ่นทั้งสองกลุ่มเคยถูกจับกุมดำเนินคดีมาแล้ว โดยมีผู้ปกครองเข้ามาประกันตัวออกไป แต่เมื่อได้รับการปล่อยตัวกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก ทั้งนี้ ผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่มีอายุเกิน 18 ปี โดยอยู่ในช่วงประมาณ 20-25 ปี และมีพฤติกรรมชอบรวมกลุ่มกัน หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด พร้อมตรวจยึดยานพาหนะและของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน รวมถึงตรวจสอบว่ารถที่นำมาใช้ก่อเหตุมีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ หากพบว่าผู้ปกครองมีส่วนส่งเสริมหรือสนับสนุนการกระทำดังกล่าว ก็จะพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย