วันที่ 26 ตุลาคม 2569 พ.ต.อ.กีรติ ตรีวัย ผู้กำกับการ สภ.เมืองสงขลา นำกำลังตำรวจชุดสืบสวนควบคุมตัวนายปริวัตร์ หรือ ยูเว่ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสงขลา ไปค้นหาอาวุธปืนและเสื้อผ้าที่ใช้ในวันก่อเหตุยิง ส.อ.สุไหลหมาน บินอาหวา อายุ 26 ปี สารวัตรทหารสังกัด ร้อย.สห.มทบ.42 ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งเป็นพลเมืองดีที่เข้าไปห้ามปรามเหตุทะเลาะวิวาทของกลุ่มวัยรุ่น บริเวณริมถนนชลาทัศน์ จังหวัดสงขลา โดยผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวที่ สภ.สทิงพระ ก่อนถูกตำรวจนำตัวไปตรวจค้นหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังผู้เสียชีวิตเข้าไปห้ามปรามเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างกลุ่มวัยรุ่น ก่อนถูกใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิต ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขอศาลออกหมายจับนายปริวัตร์ ซึ่งถูกแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่น ครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ รวมถึงยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน
จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้ข้อมูลว่า หลังลงมือก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปยังร้านอาหารฟรีด้อม ริมถนนกาญจนวนิช พะวง 77 อำเภอเมืองสงขลา ก่อนนำอาวุธปืนไปทิ้งไว้บริเวณพงหญ้า เจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่ค้นหา แต่ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีแล้วยังไม่พบอาวุธปืนตามจุดที่ผู้ต้องหาให้ข้อมูลไว้ ต่อมาผู้ต้องหาให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า ได้นำปืนไปทิ้งบริเวณริมรั้วร้านอาหารแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมืองสงขลา ตำรวจจึงควบคุมตัวไปตรวจค้นอีกครั้ง กระทั่งพบอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ พร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง
หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาไปตรวจค้นเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ ณ บ้านพัก ซึ่งอยู่ห่างจากจุดพบอาวุธปืนประมาณ 800 เมตร โดยพบกางเกงขายาวสีดำและรองเท้าแตะสีขาว ส่วนเสื้อที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ ผู้ต้องหาอ้างว่าจำไม่ได้ว่านำไปทิ้งไว้ที่ใด
พ.ต.อ.กีรติ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น นายปริวัตร์รับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือยิงผู้เสียชีวิตจริง โดยอ้างว่าก่อนเกิดเหตุ ส.อ.สุไหลหมานเข้ามาห้ามปรามและทำร้ายร่างกายตนเอง จึงเกิดความโกรธแค้นและตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิง ก่อนนำปืนไปทิ้งและหลบหนี อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน เพื่อยืนยันว่าคำให้การของผู้ต้องหาตรงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติเบื้องต้น ไม่พบว่าผู้ต้องหาและผู้เสียชีวิตเคยมีความขัดแย้งส่วนตัวกันมาก่อน แต่พบว่าผู้ต้องหามีปัญหาขัดแย้งกับกลุ่มวัยรุ่นอีกฝ่ายในบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงยังอยู่ระหว่างสอบสวนอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ รวมถึงตรวจสอบว่ามีปัจจัยอื่นเกี่ยวข้องหรือไม่ ทั้งเรื่องส่วนตัวและความขัดแย้งระหว่างกลุ่มวัยรุ่น
ขณะเดียวกัน เมื่อตำรวจนำภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุมาให้ผู้ต้องหาดูประกอบการสอบปากคำ พบว่านายปริวัตร์สามารถชี้จุดและเล่าลำดับเหตุการณ์ได้สอดคล้องกับภาพที่ปรากฏในคลิปวิดีโอ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อประกอบสำนวนคดีให้มีความชัดเจน
ด้านมาตรการป้องกันเหตุในระยะยาว พ.ต.อ.กีรติ ระบุว่า ได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดในการกวดขันและตรวจตราพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงหลังเที่ยงคืน ซึ่งเป็นช่วงที่สถานบริการปิดทำการและมีกลุ่มวัยรุ่นรวมถึงนักท่องเที่ยวมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก พร้อมกำชับให้ตำรวจสายตรวจออกตรวจพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการเกิดเหตุทะเลาะวิวาทและเหตุรุนแรงในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก