ข่าวภูมิภาค

เปิดข้อหาหนัก! คอมมานโดรวบ นักบินรถนำแก๊งยา หนีลาวชะล่าใจกลับไทย

|
เปิดข้อหาหนัก! คอมมานโดรวบ นักบินรถนำแก๊งยา หนีลาวชะล่าใจกลับไทย

วันที่ 14 กันยายน 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.4 บก.ปพ. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. และ พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. นำกำลังเข้าจับกุม นายเอ (นามสมมติ) อายุ 21 ปี ชาว ต.สระพังลาน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 331/2569 ลงวันที่ 26 เมษายน 2569 พร้อมตรวจยึดรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีขาว 1 คัน รถยนต์โตโยต้า วีออส สีบรอนซ์-เทา 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง

เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน อันเป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (ยาเคหรือคีตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน รวมถึงสมคบโดยตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน โดยเบื้องต้นนายเอให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

คดีนี้สืบเนื่องจากตำรวจได้รับข้อมูลจากสายลับว่า มีเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ลักลอบนำยาเสพติดจำนวนมากมาซุกซ่อนไว้ในบ้านเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บางเพรียง อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ โดยมี นายบี (นามสมมติ) และ นายซี (นามสมมติ) ทำหน้าที่ดูแลสถานที่ดังกล่าว และใช้รถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีขาว เป็นพาหนะสำหรับรับและนำยาเสพติดไปส่งให้ลูกค้า เจ้าหน้าที่จึงติดตามพฤติการณ์อย่างต่อเนื่อง

ต่อมาในคืนวันที่ 12 มีนาคม เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายบีและพวกกำลังเดินทางไปรับยาเสพติด จึงเฝ้าติดตามจนกระทั่งเวลาประมาณ 04.00 น. พบ นายบี และ นายซี ขับรถมิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีขาว เข้ามาที่บ้านเช่าดังกล่าว ก่อนถอยรถเข้าไปภายในบ้าน จากนั้นนำสิ่งของบางอย่างจากรถเข้าไปเก็บไว้ในบ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นยาเสพติด

กระทั่งเวลาประมาณ 05.00 น. นายบีและนายซีขับรถออกจากบ้านเช่า มุ่งหน้าไปยังพื้นที่เขตบางแค กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเป็นตำรวจและเข้าตรวจค้น พบยาไอซ์และคีตามีนซุกซ่อนอยู่ภายในรถ นอกจากนี้ยังพบกุญแจรถยนต์โตโยต้า วีออส 1 ดอก และกุญแจบ้านเช่าอีก 1 พวง

จากการสอบถามเบื้องต้น นายบีและนายซีให้ข้อมูลว่า บ้านเช่าใน จ.สมุทรปราการ ถูกใช้เป็นสถานที่เก็บยาเสพติดจำนวนมาก โดยทั้งสองได้รับคำสั่งจากผู้ว่าจ้างผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ให้ทำหน้าที่ไปรับและนำยาเสพติดไปส่งให้ลูกค้า ได้ค่าจ้างประมาณครั้งละ 50,000 บาท และเคยทำมาแล้วประมาณ 3 ครั้ง ก่อนถูกจับกุม เจ้าหน้าที่จึงนำตัวทั้งสองไปตรวจค้นบ้านเช่าดังกล่าว และพบยาเสพติดจำนวนมาก ประกอบด้วยยาไอซ์ 30 ถุง น้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัม และคีตามีน 30 ถุง น้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัม รวมของกลางยาเสพติดประมาณ 60 กิโลกรัม

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา นายบีและนายซีว่า ร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน อันเป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (คีตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการขยายผลการสืบสวน ตำรวจยังพบว่าเครือข่ายดังกล่าวมีบุคคลทำหน้าที่เป็นรถนำ คอยสำรวจเส้นทางและนำทางให้กับรถที่ลำเลียงยาเสพติด โดยทราบว่าเป็น นายเอ (นามสมมติ) ซึ่งใช้รถยนต์โตโยต้า วีออส สีบรอนซ์-เทา เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายจับเพิ่มเติม เพื่อติดตามผู้ร่วมขบวนการที่เหลือมาดำเนินคดี

จากแนวทางการสืบสวนพบว่า เครือข่ายยาเสพติดลักษณะดังกล่าวมักแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ตั้งแต่ผู้สั่งการ ผู้จัดหายา ผู้ดูแลสถานที่พักหรือจุดซุกซ่อนยา ผู้ขนส่ง ไปจนถึงผู้ทำหน้าที่นำทางหรือสำรวจเส้นทาง โดยมักใช้บ้านเช่า ห้องพัก หรือสถานที่ที่ไม่เป็นที่สังเกตเป็นจุดพักและเก็บซ่อนยา ก่อนทยอยนำออกไปส่งให้ลูกค้า และใช้รถยนต์ส่วนบุคคลในการลำเลียงเพื่อปกปิดการกระทำ

ส่วนการติดต่อและสั่งงานมักดำเนินการผ่านแอปพลิเคชันสื่อสารออนไลน์ โดยอาจใช้ชื่อปลอมหรือบัญชีที่ยากต่อการตรวจสอบตัวตน เพื่อหลีกเลี่ยงการเชื่อมโยงไปถึงผู้สั่งการตัวจริง ระหว่างการลำเลียงยังอาจมีการใช้รถนำหรือบุคคลคอยสังเกตการณ์เส้นทางและความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ หากพบสิ่งผิดปกติอาจเปลี่ยนเส้นทางหรือยกเลิกการส่งมอบ

ขณะเดียวกัน ผู้ที่รับหน้าที่ขนส่งหรือส่งยาเสพติดบางรายอาจถูกชักชวนด้วยค่าจ้างจำนวนมาก โดยถูกอ้างว่าเป็นเพียงผู้รับจ้างขนของ และไม่จำเป็นต้องรู้จักผู้สั่งการหรือผู้รับยาโดยตรง ทั้งยังมีการแบ่งงานและแยกหน้าที่ออกจากกัน เพื่อลดโอกาสที่เจ้าหน้าที่จะสามารถเชื่อมโยงไปถึงผู้สั่งการและผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด

สำหรับพฤติการณ์ก่อนจับกุม นายเอ (นามสมมติ) มีข้อมูลจากสายลับว่าได้หลบหนีไปยังประเทศลาวและกำลังเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย เจ้าหน้าที่จึงรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับ และได้รับคำสั่งให้ดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมตามอำนาจหน้าที่

ต่อมาในวันและเวลาที่จับกุม ตำรวจชุดจับกุมเดินทางไปสืบสวนหาข่าวในพื้นที่ จนพบบุคคลที่มีตำหนิรูปพรรณคล้ายกับผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมแสดงบัตรข้าราชการตำรวจเพื่อขอตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบว่าบุคคลดังกล่าวคือนายเอ โดยนำบัตรประจำตัวประชาชนมาตรวจสอบยืนยัน พบว่าชื่อตรงกับบุคคลตามหมายจับและมีตำหนิรูปพรรณตรงกัน สอบถามแล้วผู้ต้องหารับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน

จากนั้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ต้องหาทราบ ก่อนนำตัวมายัง บก.ปพ. เพื่อจัดทำบันทึกจับกุม และส่งตัวให้พนักงานสอบสวน กลุ่มงานสอบสวนและขยายผล บก.ปส.1 บช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบปากคำเบื้องต้น นายเอให้การว่า ช่วงต้นปี 2569 ได้รู้จักกับนายบีและนายซี ซึ่งพักอาศัยอยู่ใกล้บ้านเช่า โดยตนเคยซื้อบุหรี่หนีภาษีราคาถูกจากทั้งสองคน และร่วมเล่นพนันปลากัดกันจนสนิทสนม ต่อมานายบีและนายซีชักชวนให้ตนขับรถนำเพื่อไปส่งสินค้า โดยตนเข้าใจว่าเป็นบุหรี่หนีภาษี จึงตอบตกลงและได้รับค่าจ้างครั้งละ 4,000 บาท โดยทำมาแล้ว 2 ครั้ง

ต่อมานายเอทราบว่านายบีและนายซีถูกตำรวจจับกุมพร้อมยาเสพติดจำนวนมาก จึงคิดว่าตัวเองอาจถูกดำเนินคดีด้วย จึงเดินทางไปหาพ่อที่ประเทศลาวเพื่อหวังหลบหนี กระทั่งก่อนถูกจับกุม นายเอคิดว่าเรื่องของตนไม่มีอะไรแล้ว จึงเดินทางกลับประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ โดยนั่งรถตู้มายัง จ.ร้อยเอ็ด ก่อนต่อรถประจำทางเข้ากรุงเทพมหานคร และถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านรังสิต จ.ปทุมธานี

เบื้องต้น นายเอให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าไม่ทราบว่าสิ่งของที่นำทางนั้นเป็นยาเสพติด

ABOUT THE AUTHOR

neen

ทีมข่าว Siam News