เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 เวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เผยแพร่คำแนะนำให้ประชาชนเตรียมกระเป๋าต้องรอด หรือกระเป๋าฉุกเฉิน สำหรับใช้ดำรงชีวิตในช่วง 72 ชั่วโมง จนทำให้ประชาชนบางส่วนเกิดความตื่นตัวและกังวลถึงขั้นกักตุนสินค้า โดยยืนยันว่า ไม่มีเรื่องดังกล่าวที่ประชาชนต้องวิตกกังวล
นายอนุทินกล่าวว่า ประเทศไทยเป็นแหล่งอู่ข้าวอู่น้ำ มีความมั่นคงทางด้านอาหาร อีกทั้งยังเป็นประเทศผู้ผลิตอาหารครบวงจรและเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อาหาร โดยทุกอย่างสามารถผลิตได้ภายในประเทศ จึงไม่มีสิ่งใดที่ต้องกังวล นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการเข้าถึงอาหารของประชาชนคนไทย และขอยืนยันว่าจะไม่มีวันเกิดภาวะขาดแคลนอาหารอย่างแน่นอน
เมื่อถามว่าประชาชนยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่า ทุกคนควรดำเนินชีวิตตามปกติ ไม่ควรตื่นตระหนกหรือหวั่นไหวกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในประเทศอื่น เนื่องจากแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน โดยประเทศไทยมีความพร้อมในฐานะแหล่งผลิตอาหาร ซึ่งไม่เหมือนกับบางประเทศที่อาจเผชิญปัญหาอื่น ๆ รวมถึงเรื่องอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
นายอนุทินยังกล่าวด้วยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอาจเป็นโอกาสให้ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญบนเวทีโลกมากขึ้น ในฐานะประเทศผู้ผลิตและส่งออกอาหาร ทั้งผลไม้ พืชผัก ข้าว น้ำตาล มันสำปะหลัง ตลอดจนผลผลิตทางการเกษตรและสินค้าแปรรูปต่าง ๆ
ส่วนกรณีการโจมตีทางไซเบอร์และความพร้อมในการรับมือของประเทศไทยนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออก ดังนั้น การดูแลห่วงโซ่อุปทานหรือซัพพลายเชนต่าง ๆ จึงเป็นหน้าที่ที่ผู้ผลิตจะต้องรับผิดชอบดูแลต่อไป