ข่าวเศรษฐกิจ

จับตา! น้ำมันโลกร่วงต่อเนื่อง 3 วันติด ด้านราคาหน้าปั๊มไทยยังไม่ลด

|
จับตา! น้ำมันโลกร่วงต่อเนื่อง 3 วันติด ด้านราคาหน้าปั๊มไทยยังไม่ลด

วันที่ 18 กันยายน 2569 ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 หลังตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันจากซาอุดีอาระเบีย แม้สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงดำเนินอยู่ก็ตาม

รายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศ Reuters ระบุว่า ณ เวลา 06.36 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช (GMT) สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปรับลดลง 2.30 ดอลลาร์ หรือ 2.2% มาอยู่ที่ 102.53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐฯ ลดลง 1.85 ดอลลาร์ หรือ 1.8% มาอยู่ที่ 100.04 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันเบรนท์มีแนวโน้มปิดสัปดาห์ในแดนลบเป็นครั้งแรกในรอบ 3 สัปดาห์ โดยปรับตัวลดลงราว 2%

แม้ซาอุดีอาระเบียและกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน จะมีการโจมตีตอบโต้กันบริเวณชายแดนอีกครั้งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ส่งผลให้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางขยายวงกว้างขึ้น แต่ตลาดกลับให้น้ำหนักกับสัญญาณการฟื้นตัวของอุปทานน้ำมันมากกว่า

ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นสัปดาห์ ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 เดือน หลังมีรายงานว่าการขนถ่ายน้ำมันดิบที่ท่าเรือส่งออกหยานบู (Yanbu) บริเวณทะเลแดงของซาอุดีอาระเบียถูกระงับ และมีการยกเลิกการส่งมอบน้ำมันบางส่วนไปยังยุโรป ภายหลังท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ได้รับความเสียหายจากการโจมตีเมื่อสัปดาห์ก่อน

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันเริ่มอ่อนตัวลง หลังมีรายงานว่าซาอุดีอาระเบียกำลังเร่งฟื้นฟูศักยภาพการขนส่งน้ำมันผ่านท่อ East-West ให้กลับมาใช้งานได้ประมาณครึ่งหนึ่งภายในไม่กี่วัน พร้อมเพิ่มการส่งออกน้ำมันไปยังโรงกลั่นในเอเชียผ่านการถ่ายลำเรือสู่อีกลำ (Ship-to-Ship Transfer) บริเวณนอกชายฝั่งเมืองโซฮาร์ ประเทศโอมาน

นางปรียังกา ซัชเดวา หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ตลาดของ Phillip Nova ระบุว่า ความพยายามของซาอุดีอาระเบียในการฟื้นฟูขีดความสามารถด้านการส่งออก ช่วยลดความวิตกเกี่ยวกับอุปทานในระยะสั้นลงได้บางส่วน แม้ตลาดยังคงจับตาว่าการขนส่งน้ำมันจะกลับสู่ภาวะปกติได้เร็วเพียงใด

แม้ราคาน้ำมันจะปรับลดลง แต่ยังคงยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนยังรอความชัดเจนเกี่ยวกับการฟื้นตัวของอุปทาน และสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาค

ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม หลังสื่อทางการอิหร่านรายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมันติดธงชาติโตโกถูกโจมตีระหว่างพยายามเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่สหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่มีการเจรจาสันติภาพเพิ่มเติม นับตั้งแต่ข้อตกลงชั่วคราวเมื่อเดือนมิถุนายนล่มสลายลง

สำหรับประเทศไทย การปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอาจช่วยผ่อนคลายแรงกดดันต่อต้นทุนพลังงานในประเทศได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศไม่ได้ปรับตัวตามราคาตลาดโลกในทันที เนื่องจากยังมีปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งต้นทุนน้ำมันสำเร็จรูป ค่าเงินบาท ภาษี กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าการตลาด

ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานมองว่า แม้ราคาน้ำมันโลกจะอ่อนตัวลงต่อเนื่องในช่วง 3 วันที่ผ่านมา แต่ระดับราคาที่ยังคงยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ถือว่ายังอยู่ในระดับสูง จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าการฟื้นตัวของระบบขนส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบียจะเป็นไปตามแผนหรือไม่ รวมถึงพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งยังเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อทิศทางราคาพลังงานโลกในระยะต่อไป

สำหรับประเด็นความขัดแย้งในตะวันออกกลาง คาดว่าจะถูกหยิบยกขึ้นหารือในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UN General Assembly) ในสัปดาห์หน้า ซึ่งคณะผู้แทนอิหร่านมีกำหนดเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวด้วย

ABOUT THE AUTHOR

mm.

ทีมข่าว Siam News