ข่าวอาชญากรรม

หึงโหด! หนุ่ม 47 คว้ามีดแล่หมูทำร้ายอดีตแฟนสาววัย 50 ดับสลดคาห้องพัก ก่อนเดินเข้าตลาดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

|
หึงโหด! หนุ่ม 47 คว้ามีดแล่หมูทำร้ายอดีตแฟนสาววัย 50 ดับสลดคาห้องพัก ก่อนเดินเข้าตลาดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

วันที่ 18 กันยายน 2569 เมื่อเวลา 07.00 น. ร.ต.ท.ธีระศักดิ์ แก้วมณี รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี รับแจ้งเหตุหญิงถูกทำร้ายเสียชีวิต ภายในห้องเช่าแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี จึงประสานอาสาสมัครมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ แพทย์จากโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านห้องแถว 2 ชั้น โดยบริเวณห้องนอนชั้น 2 พบศพหญิงนอนตะแคงอยู่บริเวณซอกที่นอน มีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณข้อมือ แขน และลำคอ ลักษณะคล้ายถูกของมีคมทำร้าย นอกจากนี้ ยังพบมีดแล่หมู 1 เล่ม ตกอยู่บนที่นอนใกล้กับร่างผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้ตรวจสอบและรวบรวมเป็นหลักฐาน ต่อมาทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ น.ส.จุฑารัตน์ อายุ 50 ปี

จากการสอบถามนายแนน เพื่อนร่วมห้องของผู้เสียชีวิต ให้ข้อมูลกับตำรวจว่า ผู้ต้องสงสัยคือ นายต่อ อายุ 47 ปี อดีตแฟนของ น.ส.จุฑารัตน์ โดยทั้งคู่เลิกรากันไประยะหนึ่งแล้ว แต่ยังคงไปมาหาสู่กันเป็นระยะ

นายแนนให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา นายต่อขี่รถจักรยานยนต์มาหา น.ส.จุฑารัตน์ ที่บ้านเช่า ก่อนขึ้นไปพักอยู่ด้วยกันบริเวณชั้น 2 ขณะที่ตนเองนอนอยู่ชั้นล่าง กระทั่งช่วงเช้าเห็นนายต่อเดินลงมาจากชั้น 2 และกำลังจะออกจากบ้าน ก่อนหันมาบอกว่าให้ช่วยแจ้งตำรวจ เนื่องจากได้ลงมือฆ่า น.ส.จุฑารัตน์ แล้ว

หลังจากนั้น นายต่อเดินออกจากบ้านมุ่งหน้าไปทางตลาดสดชุกโดน โดยมีท่าทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขณะที่นายแนนตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงรีบไปแจ้งตำรวจที่จุดบริการประชาชนบริเวณหน้าตลาดสดชุกโดน ก่อนพาเจ้าหน้าที่กลับมาตรวจสอบที่บ้านเช่า และพบว่า น.ส.จุฑารัตน์ เสียชีวิตอยู่ภายในห้องนอนชั้น 2

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.พัจอมพล รุจิรดำรงค์ชัย รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี นำกำลังตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี และชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมระดมกำลังติดตามตัวนายต่อ ซึ่งคาดว่ายังหลบหนีอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง

เบื้องต้นตำรวจตั้งประเด็นสาเหตุไว้ที่ความหึงหวงหรือความขัดแย้งส่วนตัว อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามตัวนายต่อมาสอบสวน เพื่อหาข้อเท็จจริงและสาเหตุที่แน่ชัดของเหตุการณ์ครั้งนี้

ขณะเดียวกัน พ่อและแม่ของ น.ส.จุฑารัตน์ เดินทางมาดูร่างของลูกสาว โดยผู้เป็นพ่อเปิดเผยว่า ลูกสาวออกจากบ้านไปประมาณ 17-18 ปีก่อน และไม่ได้ติดต่อกลับมาทางครอบครัวเป็นเวลานาน จึงไม่ทราบว่าลูกสาวมาใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านเช่าดังกล่าวกับกลุ่มเพื่อน

กระทั่งมีชาวบ้านที่รู้จักกับ น.ส.จุฑารัตน์ โทรศัพท์ไปแจ้งข่าวให้ครอบครัวทราบ จึงเดินทางมาที่เกิดเหตุ โดยพ่อระบุว่า ไม่รู้จักนายต่อ และไม่ทราบถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด

ABOUT THE AUTHOR

mm.

ทีมข่าว Siam News