เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ใหญ่ V10 พร้อมทีมงานและทนายบอม ลงพื้นที่ตรวจสอบอู่ซ่อมรถของนายกฤษณะ สอทรัพย์ไพศาล หรือ ช่างกิจ หลังได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจากหนุ่มลูกครึ่งรายหนึ่ง ซึ่งนำรถยนต์อเมริกันคลาสสิกเข้าซ่อมกับอินฟลูเอนเซอร์สายรถยนต์ชื่อดัง โดยจ่ายค่าซ่อมไปแล้ว 280,000 บาท จากยอดค่าใช้จ่ายกว่า 500,000 บาท แต่เวลาผ่านไปนานกว่าหนึ่งปี งานซ่อมยังไม่แล้วเสร็จ อีกทั้งเจ้าของรถยังติดใจหลายประเด็น จึงต้องการตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามรถกลับคืน อย่างไรก็ตาม ระหว่างลงพื้นที่เกิดการปะทะคารม ก่อนที่ใหญ่ V10 จะถูกผลัก 1 ครั้ง ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดและเกือบบานปลายเป็นเหตุปะทะเดือด
ระหว่างเข้าตรวจสอบ ทีมงานของใหญ่ V10 ได้นำใบมอบอำนาจไปแสดงเพื่อขอตรวจสอบสภาพรถและรับรถกลับแทนเจ้าของ แต่ทางอู่ไม่อนุญาตให้คณะทำงานเข้าไปภายในทั้งหมด โดยภายหลังทนายบอมได้รับอนุญาตให้เข้าไปตรวจสอบด้านใน และพบประเด็นเกี่ยวกับเครื่องยนต์เดิมของรถที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม โดยเฉพาะข้อสงสัยว่าเครื่องยนต์เดิมหายไปไหน เนื่องจากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบเครื่องยนต์ดังกล่าวอยู่ภายในอู่
ด้านช่างกิจชี้แจงว่า เจ้าของรถอนุญาตให้ขายเครื่องยนต์เดิมในราคา 6,000 บาท เพื่อนำเงินไปเลี้ยงเบียร์ลูกน้อง อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการอนุญาตขายเครื่องยนต์ยังต้องตรวจสอบจากหลักฐานและคำชี้แจงของผู้เกี่ยวข้อง ขณะที่ช่างกิจยืนยันว่าต้องการให้เจ้าของรถเดินทางมารับรถด้วยตัวเอง เนื่องจากที่ผ่านมาเจ้าของรถพูดถึงเรื่องรถหาย ทั้งที่รถยังอยู่ภายในอู่ จึงไม่ต้องการให้บุคคลอื่นมารับรถแทน แม้จะมีใบมอบอำนาจก็ตาม เพราะเกรงว่าจะเกิดปัญหาตามมาในภายหลัง
สำหรับประเด็นเรื่องเครื่องยนต์ ช่างกิจระบุว่าได้เตรียมเงินจำนวน 140,000 บาทไว้คืนให้ลูกค้า พร้อมกล่าวถึงข้อตกลงเกี่ยวกับค่าเครื่องยนต์ โดยอ้างว่าเมื่อคืนเงินแล้ว เครื่องยนต์ดังกล่าวจะถือเป็นของตน ทั้งนี้ ยังต้องตรวจสอบว่าเครื่องยนต์ที่กล่าวถึงเป็นเครื่องยนต์ตัวเดียวกับเครื่องยนต์เดิมของรถหรือไม่ รวมถึงรายละเอียดข้อตกลงระหว่างคู่กรณีให้ชัดเจน
ส่วนค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถ ช่างกิจชี้แจงว่าได้ดำเนินการทำสี ซ่อมตัวถัง วางเครื่องยนต์ จ้างรถสไลด์ขนย้าย รวมถึงมีค่าแรงลูกน้อง จึงไม่สามารถคืนเงินให้เต็มจำนวนตามที่มีการเรียกร้องได้ทั้งหมด พร้อมอ้างว่าได้แจ้งให้เจ้าของรถมารับรถตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2569 และคิดค่าจอดรถวันละ 300 บาท นอกจากนี้ ช่างกิจยังพาสื่อมวลชนเข้าไปดูสภาพรถภายในอู่ พร้อมชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับงานซ่อมและข้อโต้แย้งที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ระหว่างลงพื้นที่เกิดการปะทะคารมระหว่างช่างกิจกับใหญ่ V10 ก่อนมีจังหวะที่ช่างกิจผลักใหญ่ V10 จำนวน 1 ครั้ง ทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นและสถานการณ์เกือบบานปลายเป็นเหตุปะทะเดือด ท่ามกลางทีมงานและสื่อมวลชนที่อยู่ในเหตุการณ์ ขณะที่ใหญ่ V10 ระบุว่า ขั้นตอนต่อไปจะนำหลักฐานการสนทนาผ่านแอปพลิเคชัน LINE มาตรวจสอบว่าเจ้าของรถอนุญาตให้ขายเครื่องยนต์เดิมจริงหรือไม่ หากพบว่าไม่มีการยินยอมตามที่กล่าวอ้าง จะมอบหมายให้ทนายบอมเข้าแจ้งความและดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับกรณีเครื่องยนต์สูญหายต่อไป
ทั้งนี้ ใหญ่ V10 ยังกล่าวถึงเงินจำนวน 140,000 บาท โดยระบุว่าให้ช่างกิจเก็บเงินจำนวนดังกล่าวไว้ใช้บนชั้นศาล ขณะที่ประเด็นต่าง ๆ ในกรณีนี้ ทั้งความคืบหน้าการซ่อมรถหลังจ่ายเงินไปแล้ว 280,000 บาท การคำนวณค่าใช้จ่ายและเงินที่ต้องคืน ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเครื่องยนต์เดิมที่ไม่พบภายในอู่ ตลอดจนเหตุการณ์ปะทะคารมระหว่างลงพื้นที่ ยังต้องตรวจสอบรายละเอียดจากหลักฐานและคำชี้แจงของผู้เกี่ยวข้องต่อไป