ข่าวโซเชียล

ไม่ธรรมดา! เปิดอาชีพจริง คุณกุ้งฝอย ลูกสะใภ้แม่ภัทร

|
ไม่ธรรมดา! เปิดอาชีพจริง คุณกุ้งฝอย ลูกสะใภ้แม่ภัทร

วันที่ 6 ตุลาคม 2569 อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) พร้อมตำรวจ สภ.ท่าม่วง ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงแห่งหนึ่งใน อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี หลัง แม่ภัทร อายุ 63 ปี เจ้าของโรงงานผลิตเครื่องสำอางย่านลาดพร้าว ร้องขอความเป็นธรรมผ่านรายการ โหนกระแส โดยอ้างว่าถูกลูกชายแท้ ๆ และภรรยาซึ่งเป็นทันตแพทย์ วางแผนส่งชายฉกรรจ์มาอุ้มตัวไปกักขังภายในศูนย์ดังกล่าวนานกว่า 2 ปีครึ่ง เพื่อควบคุมกิจการโรงงานและทรัพย์สินในตู้เซฟมูลค่ากว่า 9 ล้านบาท โดยเหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 เมื่อมีกลุ่มชายฉกรรจ์ล็อกตัวขึ้นรถไปส่งที่ศูนย์ พร้อมกล่าวหาว่าเป็นผู้ป่วยจิตเวช ทั้งที่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่เคยมีประวัติการรักษา จากนั้นแม่ภัทรอ้างว่าถูกจับแก้ผ้า ใส่กุญแจมือล็อกติดเตียง บังคับกินยานอนหลับ และย้ายไปอยู่ในกรงเหล็กร่วมกับผู้พักอาศัยรายอื่น จนน้ำหนักลดลงกว่า 14 กิโลกรัม

กระทั่งเดือนสิงหาคม 2569 แม่ภัทรสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือจากญาติได้ หลังแอบส่งหมายเลขโทรศัพท์ของน้องสาวผ่านบุคคลที่ได้รับการปล่อยตัวออกจากศูนย์ฯ ก่อนญาติและอดีตสามีเข้าช่วยเหลือจนออกจากสถานที่ดังกล่าวได้สำเร็จ โดยระบุว่าภายหลังเข้ารับการตรวจสุขภาพจิตจากโรงพยาบาล ผลตรวจยืนยันว่ามีสภาพจิตปกติ ต่อมาตำรวจกองบังคับการปราบปรามเข้าตรวจสอบศูนย์ หลังมีการร้องเรียนเรื่องการทำร้ายร่างกาย การกักขังหน่วงเหนี่ยว และการบังคับกินยานอนหลับ พร้อมพบกรงเหล็กครอบเตียงผู้ป่วยภายในศูนย์ ขณะที่ ป้าแมว เจ้าของศูนย์ ชี้แจงว่ากรงดังกล่าวมีไว้ป้องกันผู้ป่วยตกจากเตียง ลื่นล้ม หรือทำร้ายตัวเอง และยืนยันว่าไม่มีการทำร้ายร่างกาย การดูแลเป็นไปตามมาตรฐาน และมีใบอนุญาตถูกต้อง

ล่าสุด อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ พร้อมตำรวจ สภ.ท่าม่วง ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ดังกล่าว เบื้องต้นพบว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ขออนุญาตเป็นสถานพยาบาล และมีการดำเนินการเกินกว่าขอบเขตที่ขออนุญาตไว้ในฐานะศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ขณะที่แม่ภัทรเปิดเผยสภาพภายใน ตึก 2 ว่ามีเตียงลักษณะคล้ายกรงเหล็กประมาณ 12 เตียง ผู้ที่ถูกกักจะถูกมัดไว้กับเตียงในช่วงกลางวัน และหมุนเตียงขึ้นเพื่อป้อนอาหาร ก่อนนำโครงเหล็กมาครอบปิดหลังเวลา 16.00 น. หากช่วงใดเจ้าหน้าที่มีจำนวนน้อยก็จะครอบไว้ตลอดเวลา โดยแม่ภัทรอ้างว่าถูกกักอยู่ในห้องที่เรียกว่า กรงหมา ตลอด 24 ชั่วโมงนานถึง 11 เดือน ออกจากกรงเฉพาะเวลาอาบน้ำ ส่วนการขับถ่ายต้องทำภายในกรงและใช้ถังผงซักฟอกรองรับ ด้าน ป้าแมว ระบุว่าลูกชายของแม่ภัทรเป็นผู้ว่าจ้างให้ดูแลในอัตราเดือนละ 20,000 บาท พร้อมอ้างว่าได้รับข้อมูลว่าแม่ภัทรมีอาการคลุ้มคลั่ง และปฏิเสธว่าไม่ได้ทำร้ายร่างกายหรือบังคับให้กินยา

ขณะที่ ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐ์สุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ระบุว่า เนิร์สซิ่งโฮมมีหน้าที่ดูแลผู้พักอาศัย ไม่ใช่สถานพยาบาลเพื่อทำการรักษา และห้ามดัดแปลงสถานที่เป็นกรงขังหรือทำร้ายร่างกายผู้พักอาศัย หากพบการกระทำผิดอาจเข้าข่ายประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต สำหรับคดีดังกล่าว แม่ภัทรได้แจ้งความดำเนินคดีแล้วที่กองบังคับการปราบปราม และ สน.วังทองหลาง โดยข้อกล่าวอ้างต่าง ๆ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่ ขณะที่ โหนกระแส เตรียมนำเรื่องมาพูดคุยต่อ และแม่ภัทรยืนยันว่าจะเปิดเผยใบหน้าโดยไม่สวมหน้ากากหรือแว่นตา เพื่อแสดงตัวตนและยืนยันว่าเป็นผู้ได้รับผลกระทบจริง พร้อมเผยว่าพร้อมพบหน้าลูกชาย ซึ่งเรียกว่า ลูกเบนซ์ของแม่ ก่อนร้องไห้และพยายามกลั้นน้ำตา โดยยืนยันว่าต้องการพูดคุยกับลูกชาย และเพราะทราบว่าจะได้พบกัน จึงตัดสินใจเปิดเผยใบหน้าต่อสาธารณะ

ABOUT THE AUTHOR

neen

ทีมข่าว Siam News