ข่าวโซเชียล

เปิดคำสารภาพ หนุ่มขี่เจ็ตสกีกลางน้ำท่วม เผยสาเหตุที่ทำ

|
เปิดคำสารภาพ หนุ่มขี่เจ็ตสกีกลางน้ำท่วม เผยสาเหตุที่ทำ

วันที่ 28 กันยายน 2569 พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสัน สั่งการให้ฝ่ายสืบสวน สน.มักกะสัน เชิญตัวนายศรณ์ เกียรติศิริ อายุ 28 ปี และนายพราว ไม่ทราบชื่อนามสกุล พร้อมเจ็ตสกีของกลาง 1 ลำ มาสอบสวน หลังมีประชาชนร้องเรียนกรณีขับเจ็ตสกีสร้างความเดือดร้อนรำคาญ ขณะเกิดน้ำท่วมบนถนนเพชรบุรี ก่อนถึงแยกเอกมัยเหนือ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร โดยเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ ร.ต.ท.ภคพล ไพบูลย์สมบัติ รอง สว.(สอบสวน) สน.มักกะสัน ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนเวรคดีอาญาและจราจร ได้รับแจ้งว่าบริเวณถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ก่อนถึงแยกเอกมัยเหนือ มีน้ำท่วมขังบนผิวการจราจร แต่ยังคงมีประชาชนและรถใช้เส้นทางอยู่ ปรากฏว่านายศรณ์ขับเจ็ตสกีแล่นไปตามถนน พร้อมเร่งเครื่องด้วยความเร็ว ทำให้น้ำที่ขังอยู่บนผิวจราจรถูกแรงจากเจ็ตสกีกระจายและสาดออกไปโดยรอบ

หลังคลิปเหตุการณ์ถูกเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก ฝ่ายสืบสวน สน.มักกะสัน จึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด กระทั่งพบว่านายศรณ์ เกียรติศิริ เป็นผู้ขับเจ็ตสกี ขณะที่นายพราวเป็นผู้ถ่ายคลิป เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวทั้งสองมาสอบปากคำที่ สน.มักกะสัน โดยทั้งคู่รับว่าเป็นบุคคลที่ปรากฏในคลิปและยอมรับว่าได้กระทำการดังกล่าวจริง นายศรณ์ให้การว่า เป็นคนขี่เจ็ตสกีในวันเกิดเหตุ พร้อมกล่าวขอโทษประชาชน โดยยอมรับว่าไม่คิดว่าเหตุการณ์จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ และระบุว่าภาษาไทยของตนอาจยังไม่เก่ง แต่จะพยายามอย่างเต็มที่

นายศรณ์ยังให้การเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ตนเห็นคลิปคนอื่นขี่เจ็ตสกีในช่วงน้ำท่วม จึงเข้าใจว่าสามารถทำได้ และมองว่าเป็นการทำให้ประเทศไทยเป็น Land of Smiles เพราะอยากให้คนมีรอยยิ้มมากขึ้นในช่วงที่สถานการณ์กำลังตึงเครียด พร้อมระบุว่า ก่อนลงไปขี่ได้ขอความเห็นจากคนรอบข้างแล้ว และทุกคนให้การสนับสนุน โดยเห็นว่าตนกำลังสร้างความสุขให้กับผู้คนและเด็กที่เล่นน้ำ ซึ่งขณะนั้นบรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน นายศรณ์กล่าวว่าไม่ได้คิดว่าจะเป็นการทำลายสิ่งใด พร้อมขอโทษผู้ที่มองว่าการกระทำของตนอาจสร้างความเสียหายต่อประเทศหรือสังคม โดยยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น และพร้อมรับผิดชอบตามกฎหมายไทย

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหานายศรณ์ 2 ข้อหา ได้แก่ กระทำด้วยประการใด ๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ และการกระทำในลักษณะที่กีดขวางการจราจรโดยไม่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 และ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 114 ส่วนนายพราวถูกแจ้งข้อหาสนับสนุนกระทำด้วยประการใด ๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ และสนับสนุนการกระทำในลักษณะที่กีดขวางการจราจรโดยไม่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 ประกอบมาตรา 86 และ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 114 โดยพนักงานสอบสวนเตรียมทำสำนวนเสนอขอให้ศาลริบเจ็ตสกีของกลาง ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องต่อศาลแขวงพระนครเหนือในวันที่ 28 กันยายน เวลา 10.00 น.

ล่าสุด สน.มักกะสันรายงานว่า ศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกนายศรณ์ 15 วัน ปรับ 5,000 บาท โดยให้รอการลงโทษจำคุกไว้ 1 ปี พร้อมคุมความประพฤติ 1 ปี ให้รายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ 3 ครั้ง และให้ทำงานบริการสังคม 12 ชั่วโมง นอกจากนี้ ศาลมีคำสั่งให้ริบเจ็ตสกีของกลาง

ABOUT THE AUTHOR

neen

ทีมข่าว Siam News