ข่าวโซเชียล

ศาลมีคำสั่งแล้ว! หนุ่มขับเจ็ตสกีกลางน้ำท่วม

|
ศาลมีคำสั่งแล้ว! หนุ่มขับเจ็ตสกีกลางน้ำท่วม

วันที่ 28 กันยายน 2569 ศาลแขวงพระนครเหนือมีคำพิพากษาคดีชายขี่เจ็ตสกีบริเวณถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ช่วงก่อนถึงแยกเอกมัยเหนือ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมขัง โดยลงโทษจำคุก 1 เดือน ปรับ 10,000 บาท ก่อนลดโทษเหลือจำคุก 15 วัน และปรับ 5,000 บาท เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ พร้อมรอการลงโทษจำคุกเป็นเวลา 1 ปี และริบเจ็ตสกีของกลาง

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากมีการเผยแพร่ภาพและคลิปบนสื่อสังคมออนไลน์ เป็นภาพชายรายหนึ่งขี่เจ็ตสกีผ่านพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณถนนเพชรบุรี ก่อนถึงแยกเอกมัยเหนือ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร ก่อนมีผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนมากนำภาพไปแชร์ต่อและวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมของการขับเจ็ตสกีในพื้นที่ประสบอุทกภัย

ต่อมา พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 และ พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสัน สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางและจุดที่เกี่ยวข้อง กระทั่งสามารถติดตามตัวผู้ขับเจ็ตสกีและผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนได้ ทราบชื่อผู้ขับคือ นายศรณ์ อายุ 28 ปี พร้อมตรวจยึดเจ็ตสกี 1 ลำไว้เป็นของกลาง ส่วน นายพราว เป็นผู้ถ่ายคอนเทนต์ขณะเกิดเหตุ

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทั้งสองยอมรับว่าเป็นบุคคลที่ปรากฏอยู่ในคลิปและกระทำตามที่ปรากฏจริง โดยอ้างว่าเป็นการกระทำด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และต้องการสร้างรอยยิ้มให้ประชาชนที่กำลังเผชิญสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมอ้างว่าเป็นนักเรียนนอกและไม่ทราบวัฒนธรรมไทย ขณะที่เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีเกี่ยวกับการก่อความเดือดร้อนรำคาญและการกีดขวางการจราจรโดยไม่ได้รับอนุญาต

สำหรับ นายพราว ซึ่งเป็นผู้ถ่ายคลิป เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาในลักษณะสนับสนุนการกระทำความผิดดังกล่าว ก่อนนำตัวเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย ขณะที่พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการส่งสำนวนและนำคดีเข้าสู่ศาลแขวงพระนครเหนือ พร้อมขอให้ศาลพิจารณาเรื่องการริบเจ็ตสกีของกลาง

ล่าสุด ศาลแขวงพระนครเหนือมีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 วรรคสอง ประกอบมาตรา 83 ลงโทษจำคุก 1 เดือน และปรับ 10,000 บาท แต่จำเลยให้การรับสารภาพซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ศาลจึงมีเหตุบรรเทาโทษและลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 15 วัน และปรับ 5,000 บาท โดยให้รอการลงโทษจำคุกเป็นเวลา 1 ปี

นอกจากนี้ ศาลยังมีคำสั่งคุมความประพฤติจำเลยเป็นเวลา 1 ปี โดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 ครั้งภายในระยะเวลาที่กำหนด และให้ทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์เป็นเวลา 12 ชั่วโมง

ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับ ให้ดำเนินการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และมาตรา 30 ส่วนเจ็ตสกีของกลาง ซึ่งเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด ศาลมีคำสั่งให้ริบ

ABOUT THE AUTHOR

neen

ทีมข่าว Siam News