ข่าวโซเชียล

คลังแจงแล้ว!! ดรามาไทยช่วยไทยพลัส ลดเงินเหลือวันละ 16 บาท

|
คลังแจงแล้ว!! ดรามาไทยช่วยไทยพลัส ลดเงินเหลือวันละ 16 บาท

กลายเป็นดราม่าวิจารณ์อย่างหลัง มีข่าวว่ารัฐบาลจะลดวงเงินในโครงการจากเดือนละ 1,000 บาท เหลือเพียงเดือนละ 500 บาท ทำให้มีการนำตัวเลขไปคำนวณขยายผลกันว่า รัฐบาลสมทบให้ประชาชนใช้จ่ายจริงๆ แค่วันละ 16 บาทเท่านั้น

ล่าสุด ไม่ปล่อยให้สงสัยนาน คลังได้เผยถึงกรณีดังกล่าวว่า เม็ดเงินที่นำมาใช้ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส ส่วนต่อขยาย 2 เดือน มาจากเงินกู้ 200,000 ล้านบาทแรก ตามพระราชกำหนดกู้เงิน 400,000 ล้านบาท ซึ่งได้นำมาทำโครงการไทยช่วยไทยพลัส เฟสแรก 4 เดือนแรกไปแล้ว แต่เงินยังเหลืออยู่จำนวนหนึ่ง

เงินส่วนที่เหลือนี้ นำมาต่ออายุโครงการไทยช่วยไทยพลัสอีก 2 เดือน โดยหากนำจำนวนประชาชนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการทั้งหมดในเฟสแรกมาหารเฉลี่ย คาดว่าจะอุดหนุนได้คนละ 1,000 บาท แต่ขยายระยะเวลาให้ใช้ได้ 2 เดือน

เรื่องนี้ไม่ใช่การลดยอดเงินไทยช่วยไทยพลัส แต่เป็นการนำเงินกู้ก้อนแรกที่เหลืออยู่ มาต่ออายุโครงการ และสาเหตุที่ขยายเวลาใช้จ่ายเป็น 2 เดือน เนื่องจากที่ผ่านมามีประชาชนกลุ่มที่ใช้เงินไม่ทัน และใช้ไม่หมดตามยอดที่รัฐบาลสมทบให้ภายใน 30 วันต่องวด รัฐบาลจึงต่อเวลาให้กับคนกลุ่มนี้

กระทรวงการคลังย้ำว่า จะไม่มีการนำเงินกู้ในก้อน 200,000 ล้านหลัง ที่เตรียมใช้ในการปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน มาใช้ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส เพื่อรักษาวินัยทางการเงินการคลัง

ส่วนโครงการไทยช่วยไทยพลัสของปีงบประมาณ 2570 จะมีการพิจารณาอีกครั้งว่าจะเดินหน้าต่อไปหรือไม่ โดยต้องพิจารณาจากปัจจัยหลายๆ ด้านประกอบกัน

แหล่งข่าวคนเดิม ยังบอกอีกว่า นอกจากนำเงินที่เหลือจากเงินกู้ก้อนแรกมาต่ออายุโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” อีก 2 เดือนแล้ว ยังจะนำเงินที่เหลืออีกส่วนหนึ่ง มาอุดหนุนสำหรับประชาชนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนละ 700 บาท ต่ออีก 1 เดือนด้วย จากที่ได้รับสิทธิมาแล้ว 4 เดือน และยังจะกันเงินอีกส่วนหนึ่งเตรียมไว้สำหรับกลุ่มตกหล่น กลุ่มที่ยังยืนยันสิทธิไม่ผ่านอีกจำนวนหนึ่ง

ทั้งสองเรื่องนี้ถือเป็นเจตนาดีของรัฐบาล แต่กลับถูกวิจารณ์อย่างกว้างขวาง เพราะเข้าใจเจตนาของรัฐบาลผิด ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ลดยอดเงินในโครงการไทยช่วยไทยพลัส เนื่องจากตามแผนของรัฐบาล โครงการจะปิดใน 4 เดือน เมื่อจบเฟสแรกอยู่แล้ว แต่เมื่อมีเงินเหลือ จึงนำมาต่ออายุ เพื่อให้ประชาชนได้แบ่งเบาภาระค่าครองชีพ และในขณะเดียวกันก็รักษาวินัยการเงินการคลัง ไม่นำเงินส่วนอื่นมาปะปน เพื่อไม่ให้กระทบกับความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ ซึ่งไทยกำลังได้รับการประเมินเครดิตในระดับ ‘มีเสถียรภาพ’ จากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกทั้ง 3 สถาบัน แหล่งข่าว ระบุ

สำหรับรายละเอียดอย่างเป็นทางการทั้งหมด ทางกระทรวงการคลังและรัฐบาลจะแถลงให้ประชาชนทราบอีกครั้งช่วงต้นสัปดาห์หน้า ทั้งก่อนและหลังได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี

ABOUT THE AUTHOR

sd

ทีมข่าว Siam News