รับไม่ได้ หลังลุงพลเปลี่ยนไป

รับไม่ได้ หลังลุงพลเปลี่ยนไป

เมื่อวันที่ 14 ม.ค.64 ทีมข่าว รายงานว่า นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้ลงพื้นที่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร เพื่อพูดคุยกับพ่อเเม่ของน้องชมพู่ในเรื่องความคืบหน้าทางคดี พร้อมให้กำลังใจ

โดยนายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า 8 เดือนที่ผ่ามา คดีมีความคืบหน้าไปมาก ขณะนี้ตำรวจมีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่จะเชื่อมโยงไปถึงคนทำน้องชมพู่ได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับ

นายอัจฉริยะ กล่าวอีกว่า ในอดีตตนเคยลงพื้นที่อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร เพื่อหาหลักฐานคดีครูจอมทรัพย์ จึงทำให้คุ้นชินพื้นที่ เเละมีพรรคพวกเป็นจำนวนมาก ดังนั้นคดีน้องชมพู่ตนจึงทราบความเคลื่อนไหวมาโดยตลอด

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

ด้านเเม่น้องชมพู่ กล่าวสั้น ๆ ว่า วันนี้ยินดีต้อนรับเเขกที่มาบ้าน คือ คุณอัจฉริยะ ที่มาในวันนี้ ส่วนข้อมูลที่นำมาเเจ้ง ตนก็มีความหวังในเรื่องคดีอยู่ตลอดเวลาอยู่เเล้ว พร้อมระบุยังเชื่อมั่นในการทำงานตำรวจชุดสืบสวน ว่าจะสามารถเอาผิดกับคนทำกับลู กสาวตนเองได้ ทีมข่าว พร้อมกับสื่อหลักช่องอื่น ๆ ได้ขึ้นไปที่สำนักสงฆ์ภูหลวง เพื่อขอสัมภาษณ์ลุงพล ในประเด็นที่วันนี้นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเดินทางลงมาในพื้นที่บ้านกกกอก เพื่อพูดคุยเรื่องความคืบหน้าทางคดีกับพ่อเเม่น้องชมพู่

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

โดยทันทีที่ทีมข่าวไปถึง ได้มีกลุ่มยูทูเบอร์ที่มาตามติดชีวิตลุงพล มากกว่า 10 ช่อง พากันออกมาขัดขวางเเละบอกว่าไม่ให้สื่อหลักเข้าถึงตัวลุงพลได้ โดยระบุว่าลุงพลของดให้สัมภาษณ์สื่อเป็นเวลา 2 เดือน หากมีประเด็นอะไรจะชี้เเจงผ่านช่องยูทูเบอร์เท่านั้น

แต่บรรดาสื่อหลักพยายามสอบถามเรื่องนี้จากปากของลุงพล โดยขอให้ลุงพลชี้เเจงด้วยตัวเอง ถึงสาเหตุที่ประกาศงดให้สัมภาษณ์สื่อ ซึ่งลุงพลก็ตอบสั้น ๆ ว่า ได้ครับ เเต่จังหวะนั้นได้มียูทูเบอร์คนหนึ่งเกิดความไม่พอใจ เข้ามาขัดขวาง พร้อมระบุว่าจะเอาผิดกลุ่มสื่อหลัก ฐานบุกรุก ซึ่งผู้สื่อข่าวพยายามชี้เเจงกลับไปว่าสถานที่ตรงนี้คือศาลาวัดภูหลวง ถือเป็นพื้นที่สาธารณะ ประชาชนสามารถเข้ามาในพื้นที่วัดได้โดยไม่มีข้อยกเว้น จึงเกิดการโต้เถียงกันขึ้นเล็กน้อย

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

ขณะที่ลุงพลก็ยังคงนั่งนิ่ง ลักษณะคล้ายกำลังคิดอะไรบางอย่าง ผู้สื่อข่าวก็พยายามถามเพื่อให้ได้คำตอบ จะได้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน เเต่ลุงพลไม่พูดอะไร เเละพยามพูดเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับคำถาม ในลักษณะเมินไม่สนใจสื่อ เเล้วยูทูเบอร์คนดังกล่าว ก็พยายามพูดเเทรกออกตัวเเทน เเละพยายามนำตัวลุงพลหนีสื่อ ส่วนยูทูเบอร์รายอื่น ๆ ก็พยายามไลฟ์สดเหตุการณ์ ณ ขณะนั้นด้วย

ต่อมาทีมข่าวมาทราบภายหลัง ถึงสาเหตุที่ลุงพลประกาศ ก ร้าวไม่ให้สัมภาษณ์สื่อหลัก มีรายงานว่ามาจาก 2 สาเหตุ คือ กรณีกำลังถูกโซเชียลฯ ดราม่าเงินบริจาคเทพื้นศาลาสำนักสงฆ์ภูหลวง ที่ได้มากว่า 800,000 บาท เเต่ไม่ได้นำเงินส่วนนี้ไปให้หัวหน้าสำนักสงฆ์วัดจัดการ โดยลุงพลขอเป็นผู้บริหารจัดการเงินจำนวนนี้เอง โซเชียลฯ จึงตั้งข้อสงสัยว่า เงินบริจาคทุกบาททุกสตางค์ จะมีการใช้จ่ายอย่างโปร่งใสหรือไม่

อีกประเด็นคือการเปิดรับบริจาคสร้างรูปปั้นพญานาค ซึ่งได้เงินมากว่า 1,300,000 บาท ดังนั้นลุงพลจึงอยากดำเนินการทั้ง 2 ส่วนให้เเล้วเสร็จก่อน จึงจะกลับมาให้สัมภาษณ์สื่อกระแสหลัก กรณียูทูเบอร์จำนวนมาก ได้เกาะติดไลฟ์สดชีวิตลุงพล เเละมีการปักหลักสร้างกระท่อมอยู่ในสวนยางพารา จนเรียกว่า หมู่บ้านยูทูเบอร์ เพื่อสะดวกต่อการติดตามบรรยากาศบ้านลุงพลตลอด 24 ชม.

ทีมข่าว ได้พูดคุยกับน.ส.ภัทรนาฎ เชื้อคมตา หรือ พอลลี่ เจ้าของที่ดินสวนยางพารา ที่เหล่ายูทูเบอร์เช่าอาศัยอยู่ เปิดเผยว่า หมู่บ้านยูทูเบอร์เกิดจากเรื่องบังเอิญ โดยเริ่มสร้างกระท่อมหลังเเรกอยู่ในสวนยาง เพื่อจะใช้นอนกับสามี เเต่ช่วงนั้นมียูทูเบอร์เป็นจำนวนมากมาทำคลิปลุงพล เเล้วในพื้นที่ไม่มีรีสอร์ตให้เช่าเลย ซึ่งรีสอร์ตที่ใกล้ที่สุด คือ อ.เต่างอย จ.สกลนคร ห่างจากกกกอก 30 กม. ทำให้ยูทูเบอร์บางคนไม่สะดวกในการเดินทางบ่อย ๆ จึงขอเช่านอน

จากนั้นก็มียูทูเบอร์อีกหลายรายมาสอบถาม ตนกับสามีจึงตัดสินใจสร้างกระท่อมจำนวน 10 หลัง โดยใช้งบสร้างหลังละ 7,000-8,000 บาท คิดค่าเช่าเดือนละ 3,000 บาท ส่วนจุดกางเต็นท์คิดค่าเช่าเดือนละ 1,500 บาท ซึ่งปัจจุบันมียูทูเบอร์มากางเต็นท์นอน 7 หลัง โดยต่อไฟฟ้าให้ใช้ด้วย

ต่อมาเมื่อมีคนมาอยู่มากขึ้น ตนก็ได้จัดสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่าง ทั้งเจาะน้ำบาดาล วางระบบประปา นอกจากนี้ยังลงทุน 50,000 บาท ซื้อเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ จำนวน 3 เครื่อง มาติดตั้งจึงมีรายได้จากค่าซักผ้า ได้เดือนละ 3,000 บาท

น.ส.ภัทรนาฎ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ตนมีเเผนจะสร้างเพิ่มอีก 10 หลัง สำหรับให้เช่ารายวัน โดยจะคิดค่าบริการวันละ 300-350 บาท ซึ่งตอนนี้เริ่มก่อสร้างบางส่วนเเล้ว สวนยางพาราดังกล่าว ตั้งอยู่บนที่ดิน 11 ไร่ ซึ่งปัจจุบันหลังจากที่เเปรสภาพเป็นหมู่บ้านยูทูเบอร์ เเละกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการทำข่าวลุงพล ล่าสุดมีคนติดต่อขอซื้อในราคา 12 ล้านบาท เเต่ตนไม่คิดที่จะขาย เพราะถือเป็นที่ดินมรดกตกทอดของปู่ย่าตายาย

นายจีระพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา บอกว่า เหตุผลที่ลุงพลไม่ให้สื่อทีวี ซึ่งเป็นสื่อหลักสัมภาษณ์ ให้แต่ยูทูเบอร์สัมภาษณ์เป็นเพราะว่า ลุงคงกลัวอะไรบางอย่าง หากให้สื่อทีวีสัมภาษณ์ ก็จะถูกนำเสนอทั้ง 2 ด้าน ทั้งด้านที่สังคมอยากรู้ และด้านที่สังคมสงสัย แต่ถ้าให้ยูทูเบอร์สัมภาษณ์ ก็จะนำเสนอแต่ด้านที่ลุงพล อยากให้สังคมรู้เท่านั้น เรียกง่าย ๆ ว่า กลัวสื่อนำเสนอทั้ง 2 ด้าน จากภาพที่เกิดขึ้นวันนี้ มันเกิดจากที่ลุงพลเกิดความกลัวบางสิ่งบางอย่างที่แสดงออกไป หากสื่อหลักเห็นภาพก็จะเอาไปนำเสนอ แต่ถ้าเป็นลุงพลสั่งลบได้ เรียกง่าย ๆ ว่า เขาไม่สามารถคุมสื่อใหญ่ได้ แต่เขาสามารถคุมยูทูเบอร์ได้ ความจริงแล้วยูทูเบอร์ ไม่มีอิทธิพล แต่ลุงพลต่างหากที่มีอิทธิพล เพราะลุงบอกยูทูเบอร์ได้ว่า อะไรเอาออกได้ อะไรห้ามเอาออก แต่ห้ามสำนักข่าวไม่ได้ สำนักข่าวต้องนำเสนอรอบด้าน ไม่ได้นำเสนอด้านเดียว

จากที่ตนได้ลงพื้นที่ เท่าที่ได้สัมผัสลุงพลให้ความเชื่อใจกับยูทูเบอร์มาก ขนาดตนเข้าไปหาตอนที่ยังไม่มียูทูเบอร์ เขาคือลุงพลคนเดิม วันนี้มียูทูเบอร์แล้ว ลุงพลก็เป็นอย่างที่เห็น เพราะลุงคิดว่ายูทูเบอร์ สามารถปกป้องตัวเขาได้ ตนไม่เคยคิดเลยว่าลุงพลจะเป็นแบบนี้ เมื่อก่อนสื่อช่องไหนจะมาสัมภาษณ์ ลุงพลเป็นคนเดียวที่พร้อมจะเล่าทุกอย่างให้ฟังในคดีน้องชมพู่ แก้ข้อสงสัยทั้งหมด ใครจะพาไปไหนลุงไปหมด แต่วันนี้เข้าหาตัวลุงพลยากมาก ยูทูเบอร์ทุกคนกีดกันหมด อย่ามาบอกว่าไม่เปลี่ยน แค่การให้สัมภาษณ์กับนักข่าว

ลุงพลก็เปลี่ยนไปแล้ว อยากฝากบอกลุงพลว่า ตอนลุงพลเป็นข่าวแรก ๆ ในวันที่ลุงพลยังไม่มีชื่อเสียง มีสื่อช่องหลักที่ติดตามทำข่าวลุงให้ ไม่มียูทูเบอร์คนไหนมาแม้แต่คนเดียว วันนั้นนักข่าวเกือบทุกสำนักติดตามชีวิตลุง สงสัยอะไรนักข่าว พาลุงไปจำลองเหตุการณ์ให้คลายข้อสงสัย ลุงพลคนน่ารักคนนั้นหายไปไหน ถ้าลุงไม่ผิดจะกลัวอะไร ลุงพลคนเดิมหายไปไหนแล้ว หรือว่าวันนี้ไม่ใช่ลุงคนเดิมแล้ว วันนั้นที่เริ่มเป็นข่าว มีแต่นักข่าวนะลุง ยังไม่มียูทูเบอร์สายเลี ยนะลุง ลุงจะซวยเพราะ ยูทูเบอร์นั่นแหละ

ทั้งนี้ยูทูเบอร์รายหนึ่ง ซึ่งมาเกาะติดชีวิตของลุงพล ได้ลงคลิปว่ารถยนต์ของตัวเองเป็นรอย โดยกล่าวพาดพิงว่าเป็นฝีมือของสื่อมวลชนที่ไปทำข่าวลุงพล โดยยูทูเบอร์รายนี้ ระบุว่า ได้ติดตามลุงพลขึ้นไปดูการเทพื้นศาลาสำนักสงฆ์ภูหลวง เเละเป็นผู้ขวางสื่อไม่ให้สัมภาษณ์ลุงพล เเต่เมื่อกลับลงมาข้างล่าง พบว่ารถเก๋งของตัวเองเป็นรอยยาว คาดว่าโดนขีด ซึ่งยูทูเบอร์รายนี้เชื่อว่าเป็นฝีมือของสื่อมวลชน เพราะไม่เคยมีศัต รูที่ไหน เพิ่งมีความขัดเเย้งกับสื่อมวลชนในวันนี้ โดยบางช่วงบางตอนมีการพูดว่า นี่หรือจรรย าบรรณสื่อ ผู้ชายอกสามศอก พอไม่ได้ข่าวก็มาทำเเบบนี้ หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยเเพร่ออกไป ก็มีคนเข้ามาเเสดงความคิดเห็นในช่องยูทูบดังกล่าว โจมต ีสื่อมวลชนเป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม หลังจากสื่อหลักทั้งหมดที่ไปขอสัมภาษณ์ลุงพลแล้วไม่ได้ ก็ไปทานข้าวร่วมกันที่หมู่บ้านกกตูม จากนั้นก็เเยกย้ายกันกลับ ไม่มีใครเเวะไปจุดที่ยูทูเบอร์คนดังกล่าวจอดรถเลย เเละสื่อทุกคนก็ไม่มีใครทราบด้วยว่า รถของยูทูเบอร์รายนี้คันไหน จอดอยู่ที่ไหน ไม่มีใครทราบ

คลิป

ขอบคุณ ทุบโต๊ะข่าวอัมรินทร์ทีวี

siamplaza

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ