วันที่ 29 ก.ย. 2568 จากเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยังคงมีความตึงเครียด ทำให้ประชาชนในพื้นที่ต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน ต่อมามีการลงพื้นที่พูดคุยกับ นางทองหยิบ อายุ 80 ปี (ยายยิ๊บ) ชาวบ้านในอำเภอเมือง จังหวัดตราด ที่ห่างจากชายแดนประมาณ 10 กิโลเมตร หลังพบว่าคุณยายยิ๊บลงทุนสร้างหลุมหลบภัย หรือ บังเกอร์เสริมเหล็ก ความหนา 25 เซนติเมตร ไว้ภายในบริเวณบ้านพัก

โดยนางทองหยิบ เล่าว่า ในช่วงที่การปะทะกันครั้งแรก ลูกหลานได้พาตนอพยพไปพักที่โรงแรมเป็นเวลา 2 คืน แต่ด้วยความไม่คุ้นชินกับสถานที่และที่นอน ทำให้รู้สึกไม่สะดวกสบายและนอนไม่หลับ จึงตัดสินใจว่าจะไม่อพยพอีกแล้ว เมื่อสถานการณ์ปกติแล้ว

หลังกลับบ้านลูกสาวบอกว่าจะทำบังเกอร์ให้ ตนเองเลยบอกลูกสาวว่า ทำบังเกอร์ให้ดีที่สุด แข็งแรงแน่นหนาเป็นพิเศษ โดยเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ผนังมีความหนาเกือบ 1 ฟุต (25 เซนติเมตร) สามารถรองรับคนได้ประมาณ 4-5 คน
นอกจากโครงสร้างบังเกอร์ที่แข็งแรงแล้ว ยังได้นำล้อยางรถยนต์วางล้อมรอบบังเกอร์ทุกส่วน และเตรียมตึงตาข่ายป้องกันโดรนอีกด้วย ส่วนภายในบังเกอร์ยังถูกตกแต่งเพื่อความสะดวกสบายเหมือนห้องนอนหนึ่ง เช่น ทีวี แอร์ ที่นอน และแผงไฟโซล่าเซลล์ เผื่อในกรณีที่ไฟฟ้าถูกตัดขาด พร้อมทั้งเจาะรูระบายอากาศไว้ด้วย

ทั้งนี้ยายยิ๊บ บอกว่า สถานการณ์ในปัจจุบันมีความกลัวเช่นกัน และติดตามข่าวสารอยู่ตลอดเวลา แต่ที่ผ่านมาไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนในชีวิต เกิดมาอายุ 80 ปียังไม่เคยเจอ และได้ฝากกำลังใจไปถึงทหารที่ปฏิบัติหน้า ขอให้กำลังใจทหาร ไม่ต้องห่วง ให้เป็นล้านเลย
และอยากให้สถานการณ์จบลงด้วยการเจรจาพูดคุยกันอย่างสันติ เพราะการสู้รบมีแต่จะทำให้เกิดความสูญเสียทั้งสองฝ่าย
ส่วนบังเกอร์ที่สร้างขึ้นนั้น หากสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติแล้ว ยายยิ๊บ บอกว่า ไม่รู้สึกเสียดายแต่อย่างใด เพราะถือเป็นทรัพย์สินที่อยู่ในที่ดิน สามารถเก็บไว้ให้ลูกหลานรุ่นหลังได้ใช้ประโยชน์ต่อไปในอนาคต