
ครูปรีชา ยืนยันดำเนินคดีถึงที่สุด หลังเข้าแจ้งความ โน้ส อุดม คดีหมิ่นประมาท
จากกรณีเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา โน้ส อุดม แต้พานิช นักแสดงเดี่ยวไมโครโฟน เดินทางไปที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อมารับทราบข้อกล่าวหา ในคดีที่นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือ ครูปรีชา ได้แจ้งความร้องทุกข์ ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา เนื่องจากมีบุคคลส่งคลิปวิดีโอของ โน้ส อุดม แต้พานิช มาให้ดู เป็นวิดีโอเมื่อปี 61 ในการแสดง เดี่ยว 12 เมื่อ 7 ปีที่แล้ว ทำให้เพิ่งทราบ
จากข้อความที่ว่า ผลงานโดดเด่นของกระทรวงศึกษา ยกให้ครูปรีชา สร้างแรงบันดาลใจ จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ นี่มันหวยของครู หมวดจรูญนั้นไม่ใช่ ถ้าได้ขนาดนั้น นี่ต้องมั่นมาก เพราะความจริงมันพูดยากมากกว่าแถไถ ไม่ต้องห่วง ครูยังมีผมอยู่ข้างๆ แต่ว่า ผมครูตรงกลางนี่มันหายไปไหน โดยครูปรีชา ได้แจ้งความร้องทุกข์เมื่อช่วงเดือนมิถุนายน 68 ที่ผ่านมา
ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 20 สิงหาคม 2568 นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือ ครูปรีชา คู่กรณี เผยว่า เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ตนเพิ่งเห็นคลิปภาพการแสดงเดี่ยวไมโครโฟนของ โน้ส อุดม มีการกล่าวพูดถึงตนที่สื่อความหมายทำให้เกิดความเสียหาย มันเป็นเรื่องส่วนตัว แต่เอาเรื่องส่วนตัวคนอื่นไปทำธุรกิจ มันไม่เหมาะสม ตนจึงไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดี ในเบื้องต้นยังไม่มีใครติดต่อมา และตนยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด
ขณะที่บางช่วงบางตอน นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือ ครูปรีชา กล่าวว่า เพื่อนส่งคลิปเดี่ยวไมโครโฟนของ โน้ส อุดม มาให้ดู พอเปิดดูปั๊บ มันมีคำหลายคำที่เป็นคำหมิ่นประมาท ก็เลยปรึกษาร้อยเวร ว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ ร้อยเวรก็บอกว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา เพราะเขาเป็นคนสาธารณะ และเขาก็พูดจาให้ครูเสียหาย ฉะนั้นครูก็เลยไปแจ้งความ
ครูปรีชา บอกว่า หลายคำ พูดชัดๆ จากคำพูดของเขาเอง และเขาเดี่ยวไมโครโฟน เขาขายบัตรเขาได้เงิน โดยเอาเรื่องส่วนตัวของเราไปพูด ซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัว ฉะนั้นก็ต้องเป็นบทเรียน เป็นแบบอย่างที่ไม่ถูกต้อง เพราะเขาเป็นบุคคลสาธารณะ มีคนดูเยอะแยะ และคนก็มาต่อว่าเรา ครูก็จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะตอนนั้นครูรับราชการอยู่ มีลูกศิษย์ลูกหาเยอะ ทำให้เราเสื่อมเสีย