เทคนิคง่ายๆ วิธีบังคับมะพร้าวสุดแสนธรรมดาให้เป็น มะพร้าวกะทิ ทำกินเองได้

เทคนิคง่ายๆ วิธีบังคับมะพร้าวสุดแสนธรรมดาให้เป็น มะพร้าวกะทิ ทำกินเองได้

ในปัจจุบันเรียกได้ว่า มะพร้าวเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทยมาช้านาน โดยเฉพาะมะพร้าวน้ำหอม และเราก็เป็นแหล่งผลิตที่สำคัญติดอันดับต้นๆของโลกเลยทีเดียว ด้วยพื้นที่ปลูกที่มีมากกว่า 1.5 ล้านไร่ ผลผลิตกว่า 1.4 ล้านตัน และมะพร้าวน้ำหอมของไทยก็มีจุดเด่นเรื่องกลิ่นหอมมากกว่าคู่แข่งอย่างฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย จึงทำให้มะพร้าวน้ำหอมของเราเป็นสินค้าส่งออกที่นำเงินตราเข้าสู่ประเทศแต่ละปีมูลค่าไม่น้อย

คือ มะพร้าวที่มีเนื้อในผลหนา 2-3 ซม. อ่อนนิ่ม เนื้อฟูคล้ายผิวมะกรูด น้ำในผลมีน้อย ลักษณะข้นเหนียว รสชาติเนื้อนั้น หวานมัน หอมมาก นิยมรับประทานกันสดๆ หรือคู่กับน้ำเชื่อม "มะพร้าวกะทิ" หาทานยากมากๆ

คือ มะพร้าวที่มีเนื้อในผลหนา 2-3 ซม. อ่อนนิ่ม เนื้อฟูคล้ายผิวมะกรูด น้ำในผลมีน้อย ลักษณะข้นเหนียว รสชาติเนื้อนั้น หวานมัน หอมมาก นิยมรับประทานกันสดๆ หรือคู่กับน้ำเชื่อม “มะพร้าวกะทิ” หาทานยาก นานๆจะพบในทะลายมะพร้าวพันธุ์ปกติบางต้นเท่านั้น เช่นใน 10 ผล จะพบมะพร้าวกะทิ 1 หรือ 2 ผล สังเกตง่ายๆ ลูกมะพร้าวอายุ 11-12 เดือน ถ้าเป็นมะพร้าวกะทิ ให้ลองเขย่าจะไม่ได้ยินเสียงของน้ำข้างใน แต่ถ้าเป็นมะพร้าวแก่พร้อมแกง เขย่าแล้วจะได้ยินเสียงคลอนน้ำ เนื้อมะพร้าวกะทิ มีเส้นใยอาหารสูง ดีกับระบบขับถ่าย มีไขมันต่ำ และมีกรดลอริกสูงถึง 46% มะพร้าวกะทิ ไม่ได้หาทานกันง่ายๆ แต่ถ้ามีโอกาสได้ลองก็ไม่อยากให้พลาด

วิธีทำมะพร้าวกะทิ

โดยเราจะใช้เป็นมะพร้าวพันธุ์อะไรก็ได้ โดยหากเราต้องการจะให้มะพร้าวที่เพาะเอาไว้นั้นออกมาเป็นกะทิก็เพียงเอาถุงพลาสติกหุ่มจั่นเอาไว้ 1 จั่น จั่นมะพร้าวก็คือดอกมะพร้าว 1 จั่น 1 ทะลาย เมื่อถูกห่อด้วยพลาสติกจั่นหรือทลาย โดยจะต้องห่อตั้งแต่จั่นเริ่มแย้มบานเลยนะ หุ้มไปเลยกระทั่งลูกขนาดเท่าลูกหมากแล้วค่อยเอาออก ส่วนมากแล้วมะพร้าวที่ถูกห่อจั่น 80 – 90 % นั้นจะออกมาเป็นมะพร้าวกะทิได้ แต่ว่าวิธีนี้จะได้มะพร้าวกะทิแบบชั่วคราวเท่านั้นนะ ทะลายไหนไม่ได้ห่อก็ยังเป็นมะพร้าวปกติอยู่

การทำมะพร้าวกะทิแบบถาวร

สำหรับใครที่อยากจะทำมะพร้าวกะทิแบบถาวร จะใช้มะพร้าวที่เพาะไว้แบบที่หน่อจะขึ้นมาแล้วประมาณ 30 เซนติเมตร จากนั้นก็ตัดส่วนปลายตรงข้ามกับหน่อให้กะลามะพร้าวขาด สำหรับวิธีนี้จะได้มะพร้าวกะทิประมาณ 50 % หากต้องการปริมาณมาก ๆ ก็ไปหามะพร้าวอะไรก็ได้มาเพาะไว้แล้วก็ทำแบบเดิม จะได้มะพร้าวสำหรับทำมะพร้าวกะทิเพิ่มถึง 80 – 90 % จะเป็นมะพร้าวพันธุ์อะไรก็ได้ตามสะดวก แนะนำว่าเป็นพันธุ์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่น้ำหอมนะ เพราะมะพร้าวน้ำหอมนั้นจะมีกลิ่นเหม็นหืนเมื่อเป็นกะทิแล้ว ถ้าได้เป็นมะพร้าวกลางจะดีมาก

เวลาดูว่าลูกไหนเป็นมะพร้าวกะทิแล้วก็ลองเขย่า ๆ ดู ถ้าหากไม่ได้ยินเสียงน้ำมะพร้าวกระฉอกด้านในลูก ก็แปลว่าลูกนั้นเป็นมะพร้าวกะทิแล้วนั่นเอง เป็นการตรวจสอบแบบไม่ต้องผ่าออกมาดูเลย ฝึกบ่อยๆ จะเกิดความชำนาญในการเลือกมะพร้าวไปเอง

วิธีการรับประทาน

คนเฒ่าคนแก่เขาบอกมาว่า หากอยากจะทานมะพร้าวกะทิให้อร่อยนั้น จะต้องนวดก่อนนะจะได้เนื้อมะพร้าวกะทิฟู ๆนวดก็เพียงเอาเปลือกออกจากนั้นกระแทกกับพื้นปูนเบาๆ ให้ทั่วทั้งลูกเลย จากนั้นก็กะเวลาดูว่านวดทั่วแล้วค่อยผ่าออกมา เราก็จะได้เนื้อมะพร้าวกะทิฟูขาวสวยดั่งปุยฝ้าย ใช้ช้อนตักทานได้รสอร่อยมากมาย

ที่มา เกษตรน่ารู้

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ