สอนลูกจับปลา ไม่ใช่หาปลาให้ลูกกิน

สอนลูกจับปลา ไม่ใช่หาปลาให้ลูกกิน

วันนี้ทีมงาน mumkhao มีเรื่องราวที่น่าสนใจหยิบยกมาให้ทุกท่านได้อ่านกัน เมื่ออ่านแล้วอ่านอาจจะเปลี่ยนความคิดความเข้าใจในการเลี้ยงลูกไปตลอดกาล ทีมงานขอตั้งชื่อเรื่องนี้ว่า จงสอนลูกจับปลา ไม่ใช่หาปลาให้ลูกกิน

“ให้ปลาฉันหนึ่งตัว ฉันมีกินแค่หนึ่งวัน

สอนฉันจับปลา ฉันมีกินตลอดไป”

วัยรุ่นคนหนึ่งขอเงินแม่ไปเที่ยว แม่บอกว่า “ลูกรู้ไหมว่าสมัยแม่อายุเท่าลูก ไม่เคยเที่ยวที่ไหน ต้องทำงานทุกอย่าง พับถุงกระดาษขาย ตัดใบตองให้แม่ค้า เงินทองหายากแต่ละบาทแต่ละสตางค์ต้องอาบเหงื่อต่างน้ำจะไปเที่ยวอย่างนี้ไม่ได้…”

เด็กฟังแม่เงียบๆ

“ลูกต้องรู้จักความลำบาก ไม่งั้นอีกหน่อย เกิดตกยากแล้วจะทำยังไง ขึ้นรถเมล์ก็ไม่เป็นใช้เงินอย่างนี้ จะเอาตัวรอดได้ยังไง”

เมื่อแม่เทศน์จบ ก็ควักเงินยื่นให้ลูก นี่ไม่ใช่เรื่องแต่ง พ่อแม่จำนวนมากทำอย่างนี้เมื่อลูกขอเงินไปเที่ยว จะเทศน์ลูกหลายกัณฑ์เล่าย้อนไปถึงชีวิตลำบากของตนในวัยเท่ากันแล้วลงท้ายให้เงินลูกไป!คนหาเช้ากินค่ำ สมัยก่อนไม่มีคำว่า “มรดก” ในพจนานุกรมชีวิต ทุกอย่างในชีวิตต้องหามาเองด้วยสองมือทว่าคนรุ่นนี้เมื่อลืมตาอ้าปากได้และเป็นพ่อแม่มักจะทำให้ลูกเสียคนโดยไม่ตั้งใจพ่อแม่จำนวนมากเก็บเงินเก็บทองไว้โดยไม่ยอมใช้ บอกว่า “เก็บไว้ให้ลูก”

ภาพจาก sanook.com

เหตุผลอาจเพราะ พ่อแม่ไม่อยากให้ลูกผ่านความลำบากเหมือนตัวเองการให้ทุกอย่างแก่ลูก เหมือนสะท้อนสิ่งที่ตัวเองอยากได้ในวัยเด็ก แต่มันกลับสร้างนิสัยที่ไม่สู้งานหนักไปโดยปริยายไม่มีเงินเป็นปัญหา มีเงินก็เป็นปัญหา! บางครั้งและบ่อยครั้งการมีเงินมากอาจทำให้เลี้ยงลูกยากขึ้นเงินก็เหมือนคอเลสเตอรอลน้อยไปก็ไม่ดี มากไปก็อันตราย ในสังคมบูชาคนรวยและการรวยทางลัด การอบรมสั่งสอนเด็ก เดี๋ยวนี้ยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะสิ่งเร้ารอบตัว ทางเดียวที่จะให้เด็กโตขึ้นแล้วยืนด้วยตัวเองได้

คือต้องสอนเรื่องวินัยการใช้เงินไม่พอกพูนด้วยคอเลสเตอรอลแห่งวัตถุนิยมมากเกินไปจนเด็กอ่อนแอพ่อแม่ต้องมองภาพกว้างและมองให้ออกว่าหากให้มากเกินไปจะทำให้ลูกอ่อนแอหรือไม่ทำอะไรไม่เป็นเลยหรือเปล่าความรักย่อมเป็นเรื่องดี แต่ต้องรักให้ถูกวิธีด้วยคนรวยที่ฉลาด รู้ว่าการได้เงินเป็นเรื่องง่ายกว่าการสูญเสียเงินและคนที่ไม่รู้จักหาเงินมักเสียเงินได้ง่ายกว่าคนที่รวยจากสมบัติที่ได้มาง่ายๆ จากมรดกอาจจะขาดความรู้สึกดีๆ ของการสร้างตัวด้วยมือตัวเองมีตัวอย่างจริงไม่น้อย ที่คนรวยแบ่งสมบัติครึ่งหนึ่งให้องค์กรการกุศลและที่เหลือให้ลูกหลานเพื่อให้เด็กเรียนรู้ที่จะยืนด้วยตัวเองมหาเศรษฐีลำดับต้นๆ ของโลกวอร์เรน บัฟเฟตต์ บอกว่าลูกๆ ของเขาจะต้องแผ้วถางทางของพวกเขาเอง

แน่นอนลูกๆ ของเขาก็รู้ว่าเขารอช่วยทุกอย่าง แต่ก็ต้องลงแรงทำงานบัฟเฟตต์เชื่อว่า การให้เงินทองแก่ลูกหลานด้วยจำนวนที่มากพอสบายทั้งชีวิต “เพียงเพราะพวกเขาออกมาจากมดลูกที่ถูกต้อง”เป็นเรื่องอันตราย เพราะการให้ อาจทำร้ายลูกบัฟเฟตต์จึงให้มรดกแก่ลูกหลานมากพอที่พวกเขารู้สึกว่าสามารถทำอะไรก็ได้แต่ไม่มากพอที่พวกเขาไม่ต้องทำอะไรเลย”

เราต้องสอนเด็กค่านิยมชื่นชมบุคคลที่สร้างตนเองจากศูนย์ หาเงินอย่างสุจริตรู้คุณค่าของการทำงาน การสร้างตัว ไม่กลัวงานหนักสิ่งที่ควรให้ลูกมากกว่าเงินก็คือความเอาใจใส่รับรู้กิจกรรมที่ลูกทำ เป็นเพื่อนกับลูกนี่อาจเป็นสิ่งที่มีค่ากว่าการให้เงินอย่างเดียวและตามสุภาษิตจีนที่ว่า “สอนลูกจับปลา ไม่ใช่จับปลาให้ลูก”

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ