ในหลวง พระราชินี ทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลจังหวัดพิษณุโลก

ในหลวง พระราชินี ทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลจังหวัดพิษณุโลก

เมื่อเวลา 18.28 น. วันที่ 12 มีนาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ และทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลจังหวัดพิษณุโลก ณ ที่ทำการศาลจังหวัดพิษณุโลก ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก

ในโอกาสนี้ เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี โดยเสด็จในการนี้ด้วย เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงท่าอากาศยานทหาร กองบิน 46 จังหวัดพิษณุโลก นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยคณะข้าราชการ และประชาชน เฝ้าฯ รับเสด็จ จากนั้น พลโท อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ ๓ กราบบังคมทูลเชิญเสด็จขึ้นแท่นรับการถวายความเคารพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นแท่นทรงรับการถวายความเคารพจากกองทหารเกียรติยศ

จากนั้นเสด็จฯ ไปยัง วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธชินราช ทรงวางพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ และพระรูปพระพี่นางสุพรรณกัลยา โอกาสนี้ พระพุทธิวงศมุนี (บำรุง ฐานุตตโร) เจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ถวายของที่ระลึกแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี กับเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี

จากนั้นเสด็จไปยังที่ทำการศาลจังหวัดพิษณุโลก อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก โดยมี นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา พร้อมข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม เฝ้าฯ รับเสด็จ

การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชา พระพุทธนวราชบพิตร ต่อมา เสด็จออกจากพลับพลาพิธี ไปยังมณฑลพิธีวางศิลาฤกษ์ ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมแผ่นอิฐ ทอง นาก เงิน และแผ่นศิลาฤกษ์ แล้วทรงวางแผ่นอิฐ ทอง นาก เงิน และแผ่นศิลาฤกษ์ ลงในหลุม แล้วเสด็จฯ ไปยังแท่นพิธี ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้าย อาคารศาลจังหวัดพิษณุโลก ก่อนเสด็จฯ ไปยังพระอนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ด้านหน้าอาคารศาลจังหวัดพิษณุโลก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะ แล้วเสด็จเข้าพลับพลาพิธี ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ประทับพระราชอาสน์ ทรงหลั่งทักษิโณทก แล้วทรงลงพระปรมาภิไธย และพระนามาภิไธยในแผ่นศิลา สมควรแก่เวลาเสด็จไปยังท่าอากาศยานทหาร กองบิน 46 จังหวัดพิษณุโลก ประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จฯ กลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

ทั้งนี้ ศาลจังหวัดพิษณุโลกเดิมมีชื่อว่า ศาลมณฑลพิศณุโลก สร้างขึ้นในปีพุทธศักราช 2443 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อาคารที่ทำการเป็นอาคารไม้ทรงสี่เหลี่ยมชั้นเดียวยกพื้นสูง ซึ่งต่อมาในปีพุทธศักราช 2475 ได้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อจากศาลมณฑลพิศณุโลก เป็นศาลจังหวัดพิษณุโลก จนกระทั่งในปีพุทธศักราช 2555 ศาลจังหวัดพิษณุโลกได้จัดสร้างอาคารที่ทำการศาลหลังใหม่ เป็นอาคารสูง 4 ชั้น ขนาด 14 บัลลังก์ เพื่อรองรับการขยายงานและปริมาณคดีที่เพิ่มขึ้น

โดยมุ่งเน้นถึงการเป็นหน่วยงานที่อำนวยความยุติธรรม เพื่อให้สังคมไทยมีความสงบสุข เป็นธรรม และเสมอภาค สืบสานตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีพระราชประสงค์ให้ประเทศชาติมีความมั่นคง และประชาชนทุกหมู่เหล่ามีความสุขอย่างยั่งยืน ซึ่งเปิดทำการตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2559 เป็นต้นมา

ศาลจังหวัดพิษณุโลก มีเขตอำนาจการพิจารณาพิพากษาคดี ในท้องที่จังหวัดพิษณุโลก รวม 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองพิษณุโลก อำเภอชาติตระการ อำเภอนครไทย อำเภอเนินมะปราง อำเภอบางกระทุ่ม อำเภอบางระกำ อำเภอพรหมพิราม อำเภอวังทอง และอำเภอวัดโบสถ์

ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์และทรงเปิดอาคารที่ทำการศาล จังหวัดพิษณุโลกในครั้งนี้ มีราษฎรมารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทตลอดสองฝั่งถนนที่เสด็จพระราชดำเนินผ่าน ทุกคนพร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีเหลือง โบกธงพระปรมาภิไธย วปร.และธงพระนามาภิไธย สท พร้อมเปล่งเสียง ทรงพระเจริญ ต่างปลื้มปีติที่ได้ชมพระบารมี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงโบกพระหัตถ์ และแย้มพระสรวลให้แก่ราษฎรที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จ ขณะที่รถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนผ่านอย่างช้าๆ

ทั้งนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กองแพทย์หลวงสำนักพระราชวัง ร่วมกับโรงพยาบาลและหน่วยสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก ออกให้บริการด้านสาธารณสุข ดูแลรักษาพยาบาลเบื้องต้นแก่ราษฎรที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ กับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเจลแอลกอฮอล์กับพิมเสนน้ำ และให้จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน เพื่อประกอบอาหารปรุงสุกใหม่ ถูกสุขอนามัย พระราชทานเลี้ยงแก่ราษฎรที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จ โดยมีรายการอาหาร อาทิ กระเพราหมู ไข่ต้ม ขนมปัง และน้ำดื่ม การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติแก่ราษฎรที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จอย่างหาที่สุดมิได้

ขอบคุณ มติชนออนไลน์

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ