วันที่ 5 ตุลาคม 2569 เกิดเหตุนักวิจัยหญิงภายในสถาบันวิจัยเชื้อกาฬโรคแห่งอีร์คุตสก์ หรือ Irkutsk Anti-Plague Research Institute ในเขตไซบีเรียของรัสเซีย ติดเชื้อแบคทีเรียกาฬโรคปอด หรือ Pneumonic Plague หลังหลอดทดลองที่บรรจุเชื้อแตกขณะกำลังเก็บตัวอย่างเพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์ ก่อนเสียชีวิตในโรงพยาบาลภายในเวลาเพียง 3 วันจากอาการปอดบวมรุนแรง
รายงานระบุว่า นักวิจัยหญิงรายดังกล่าวชื่อ ดาร์ยา กำลังดำเนินการเก็บตัวอย่างภายในห้องปฏิบัติการ ก่อนเกิดเหตุหลอดทดลองแตกจนเชื้อรั่วไหลออกมาและสัมผัสกับตัวเธอโดยตรง หลังจากนั้นอาการป่วยทรุดลงอย่างรวดเร็ว กระทั่งมีภาวะปอดบวมรุนแรงและเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมาเพียง 3 วัน
หลังเกิดเหตุ ทางการรัสเซียเร่งดำเนินมาตรการควบคุมความเสี่ยงทันที โดยกักตัวนักวิจัยภายในสถาบัน รวมถึงแพทย์และพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับการรักษาผู้ป่วย พร้อมสั่งปิดพื้นที่บางส่วนของสถาบันวิจัยและโรงพยาบาล เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ ขณะเดียวกัน มีผู้ที่เคยสัมผัสใกล้ชิดกับนักวิจัยหญิงและกลุ่มเสี่ยงรวมอย่างน้อย 197 คน เข้าสู่กระบวนการกักตัวและเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด โดยในจำนวนนี้มีประมาณ 100 คนที่เริ่มมีอาการป่วย
ด้าน อิกอร์ คอบเซฟ ผู้ว่าการเขตอีร์คุตสก์ ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก พร้อมยืนยันว่า สถานการณ์ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของทางการ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ หรือ CDC กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากกาฬโรคปอดเป็นโรคติดเชื้อรุนแรง และสามารถแพร่จากคนสู่คนผ่านละอองฝอยจากระบบทางเดินหายใจได้