วันที่ 8 มกราคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว โพสต์รายงานความเคลื่อนไหวทางการเมืองระหว่างประเทศ ระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งให้สหรัฐอเมริกาถอนตัวออกจากองค์กรระหว่างประเทศรวมทั้งหมด 66 แห่ง โดยให้เหตุผลว่าองค์กรเหล่านี้ดำเนินงานขัดต่อผลประโยชน์ของชาติสหรัฐฯ
รายงานระบุว่า องค์กรที่สหรัฐฯ ถอนตัวแบ่งออกเป็น องค์กรนอกระบบสหประชาชาติ 35 แห่ง และหน่วยงานในสังกัดสหประชาชาติอีก 31 แห่ง โดยหนึ่งในหน่วยงานสำคัญคือ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นรากฐานสำคัญของความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศระหว่างประเทศ และเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงปารีส ปี 2558
นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังถอนตัวจาก UN Women หรือองค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ ซึ่งทำงานด้านความเท่าเทียมทางเพศและการเสริมสร้างศักยภาพสตรี รวมถึงกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ซึ่งมีบทบาทด้านการวางแผนครอบครัว ตลอดจนสุขภาพมารดาและเด็กในกว่า 150 ประเทศ โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ตัดงบประมาณสนับสนุน UNFPA ไปแล้วตั้งแต่ปี 2568
ทางการสหรัฐฯ ระบุว่า การถอนตัวออกจากหน่วยงานในสังกัดสหประชาชาติ หมายถึงการยุติการมีส่วนร่วม หรือการยุติการให้เงินสนับสนุนต่อหน่วยงานเหล่านั้น ภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนถึงท่าทีระแวงต่อสถาบันพหุภาคีที่ทรัมป์มีมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะต่อสหประชาชาติ ซึ่งเขาได้ตั้งคำถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า และความโปร่งใสขององค์กรระหว่างประเทศ พร้อมระบุว่าองค์กรเหล่านี้มักไม่สามารถตอบสนองต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ได้อย่างแท้จริง
นับตั้งแต่เริ่มดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สองในปี 2568 ทรัมป์ได้ดำเนินนโยบายลดบทบาทของสหรัฐฯ บนเวทีพหุภาคีอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพยายามตัดงบประมาณที่สหรัฐฯ สนับสนุนสหประชาชาติ การยุติการมีส่วนร่วมกับคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) การขยายเวลาระงับเงินทุนแก่หน่วยงานบรรเทาทุกข์ชาวปาเลสไตน์ (UNRWA) และการถอนตัวออกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) รวมถึงการประกาศแผนถอนตัวจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และข้อตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
สำหรับหน่วยงานอื่นที่อยู่ในรายชื่อการถอนตัวครั้งนี้ ยังรวมถึง การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD), เวทีพลังงานระหว่างประเทศ (IEF), ทะเบียนอาวุธธรรมดาของสหประชาชาติ (UNROCA) ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมความโปร่งใสด้านการค้าอาวุธ และคณะกรรมาธิการสร้างสันติภาพแห่งสหประชาชาติ (PBC)
ทำเนียบขาวระบุว่า องค์กรจำนวนมากที่รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการถอนตัวออกโดยเร็ว เป็นองค์กรที่ส่งเสริม นโยบายสภาพภูมิอากาศแบบสุดโต่ง การบริหารจัดการโลก และโครงการเชิงอุดมการณ์ที่ขัดแย้งกับอธิปไตยและความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ พร้อมย้ำว่าการตัดสินใจดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการทบทวนองค์กรระหว่างรัฐบาล อนุสัญญา และสนธิสัญญาระหว่างประเทศทั้งหมด
แถลงการณ์จากทำเนียบขาวระบุเพิ่มเติมว่า การถอนตัวเหล่านี้จะยุติการใช้เงินภาษีของชาวอเมริกันในการสนับสนุนหรือมีส่วนร่วมกับหน่วยงานที่ผลักดันวาระของกลุ่มโลกาภิวัตน์ มากกว่าการให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของสหรัฐฯ หรือหน่วยงานที่ขาดประสิทธิภาพในการจัดการปัญหาสำคัญ โดยเห็นว่าเงินภาษีควรถูกนำไปใช้ในภารกิจอื่นที่สอดคล้องและตอบโจทย์ประเทศได้ดีกว่า