24 ตุลาคม 2569 ได้รับการเปิดเผยจาก เรืออากาศตรี สุชิน ประสงค์ ไวยาวัจกรวัดเทียนถวาย ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ว่าเกิดเหตุการณ์อุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญพุทธศาสนิกชน เมื่อมีคนร้ายใจบาปย่องเข้ามาลักทรัพย์สินภายในวัด โดยเป้าหมายคือระฆังโบราณที่แขวนอยู่โดยรอบบริเวณอนุสาวรีย์หลวงปู่ทวด ซึ่งตั้งประดิษฐานอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถูกคนร้ายขโมยหายไปจำนวน 2 ใบ โดยกล้องวงจรปิดของทางวัดสามารถบันทึกภาพพฤติกรรมอันอุกอาจของคนร้ายไว้ได้อย่างชัดเจน
เรืออากาศตรี สุชิน ไวยาวัจกรวัดเทียนถวาย เล่าเหตุการณ์ด้วยความหดหู่ใจว่า มีคนงานที่เข้ามาทำงานภายในบริเวณวัดสังเกตเห็นความผิดปกติว่าระฆังที่แขวนอยู่รอบอนุสาวรีย์หายไป จึงได้เดินทางมาแจ้งตนให้ช่วยตรวจสอบ เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าระฆังได้หายไปตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ซึ่งในวันดังกล่าวมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ทางวัดเคยระวังและป้องกันมาโดยตลอด โดยได้ให้ช่างมาทำการเชื่อมรอยต่อระหว่างหูระฆังกับเสาแขวนไว้อย่างมั่นคงแข็งแรงเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกคนร้ายขโมย แต่ปรากฏว่าภาพจากกล้องวงจรปิดกลับพบว่าคนร้ายมีความมุ่งมั่นและเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี โดยนำเลื่อยตัดเหล็กเข้ามาลงมือเลื่อยตรงส่วนหูระฆังจนขาดออกจากกัน ก่อนจะยกขโมยหนีลอยนวลไปถึง 2 ใบ

ไวยาวัจกรวัดเทียนถวาย กล่าวด้วยความอัดอั้นตันใจและฝากข้อความถึงคนร้ายว่า อยากวอนขอให้ผู้ที่ก่อคดีนี้นำระฆังกลับมาคืนและเดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากยังไม่ได้นำไปขายต่อให้ร้านรับซื้อของเก่าก็ขอให้นำกลับมาคืนที่วัดเสียเถิด เพราะการขโมยทรัพย์สินของวัดเป็นบาปกรรมหนักที่จะติดตัวไปตลอดชีวิต และเชื่อมั่นว่าด้วยพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายกลุ่มนี้มาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้ ตนได้เดินทางไปเข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.ปากคลองรังสิต เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เนื่องจากเกรงว่าคนร้ายจะมีความเหิมเกริมและย้อนกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก สำหรับระฆังที่ถูกคนร้ายขโมยไปนั้น มีน้ำหนักใบละ 10 กิโลกรัม มูลค่าใบละ 3,000 บาท จากเดิมที่มีแขวนอยู่รอบอนุสาวรีย์ทั้งหมด 16 ใบ ภาพจากกล้องวงจรปิดปรากฏคนร้ายลงมืออย่างน้อย 2 คน แต่คาดว่าน่าจะมีผู้ร่วมขบวนการมากกว่านั้น เนื่องจากระฆังมีน้ำหนักมาก อีกทั้งเส้นทางการหลบหนีคนร้ายสามารถใช้ได้ทั้งทางบกและทางเรือเพราะสถานที่ตั้งของวัดอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งที่ผ่านมาวัดเทียนถวายไม่เคยเกิดเหตุการณ์ทรัพย์สินมีค่าสูญหายในลักษณะนี้มาก่อนเลย