22 ต.ค.69 ที่บ้านหนองเจริญ ต.ขอนยูง อ.กุดจับ จ.อุดรธานี บรรยากาศเป็นไปอย่างสุดเศร้า เมื่อร่างของ “พี่สาคร” นายสาคร ภูเฮียงแก้ว อายุ 41 ปี แรงงานไทยที่ไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ เกิดเสียชีวิตกะทันหัน จากอาการเจ็บแน่นหน้าอกและหัวใจวายเฉียบพลัน เมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา หลังเดินทางไปทำงานไกลบ้านนานกว่า 21 ปี เพื่อสร้างฐานะและดูแลครอบครัว แต่สุดท้ายกลับมาในสภาพไร้ลมหายใจ

โดยช่วงสายวันนี้ รถนำร่างนายสาครกลับถึงบ้านเกิด ท่ามกลางญาติพี่น้องและชาวบ้านที่มารอรับด้วยความอาลัย ครอบครัวเตรียมสถานที่ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า ทันทีที่รถมาถึง นางสมพร ภูเฮียงแก้ว ผู้เป็นแม่ โผเข้ากอดโลงศพที่มีร่างลูกชายร้องไห้แทบขาดใจ จนญาติๆ ต้องเข้าไปช่วยพยุงและปลอบใจอยู่สักพัก จากนั้นผู้เป็นแม่ได้จุดธูปเรียกดวงวิญญาณลูกชายกลับบ้าน พร้อมร่ำไห้พูดภาษาอีสานว่า “ลงจากรถเด้อลูก กลับมาบ้านหาพ่อแม่พี่น้องเด้อ” ก่อนเจ้าหน้าที่จะเคลื่อนโลงศพเข้าไปภายในบ้าน เมื่อได้เห็นหน้าลูกชายเป็นครั้งสุดท้าย ผู้เป็นแม่ถึงกับทรุดตัวลง ใช้มือลูบใบหน้าลูกด้วยความอาลัย ก่อนปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น สร้างความสะเทือนใจให้กับญาติพี่น้องและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์
นางสมพร เล่าทั้งน้ำตาว่า นายสาครเป็นลูกชายคนโตและเป็นเสาหลักของครอบครัว เดินทางไปทำงานที่เกาหลีใต้ตั้งแต่อายุ 20 ปี ทำงานอย่างหนักเพื่อส่งเงินกลับมาดูแลพ่อแม่และสร้างเนื้อสร้างตัว จนสามารถซื้อที่ดินได้ประมาณ 3-4 ไร่ ลูกชายเป็นคนรักครอบครัว ไม่เกเร แม้บางครั้งจะพูดเสียงดัง แต่ก็เป็นคนดีและคอยดูแลคนในบ้านมาโดยตลอด
ก่อนลูกชายเสียชีวิตไม่ได้โทรศัพท์กลับบ้านตามปกติ ทำให้ครอบครัวเริ่มเป็นห่วง กระทั่งแฟนสาวชาวไทยที่อยู่ในเกาหลีใต้โทรศัพท์มาแจ้งข่าว พร้อมบอกให้แม่ทำใจดี ๆ เพราะนายสาครมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกอย่างรุนแรง และพยายามวิดีโอคอลติดต่อครอบครัวแต่ไม่สำเร็จ ก่อนที่ครอบครัวจะได้รับข่าวร้ายจากโรงพยาบาลและแฟนสาวว่าลูกชายเสียชีวิตแล้ว
สิ่งที่ทำให้ครอบครัวยิ่งทำใจได้ยาก คือความฝันที่กำลังจะเป็นจริง โดยนางสมพรเปิดเผยว่า ลูกชายได้หมั้นหมายกับหญิงสาวชาวบุรีรัมย์ ซึ่งทำงานอยู่ที่เกาหลีใต้ด้วยกัน และวางแผนจะกลับมาจัดงานแต่งงานในปี 2570 ทุกคนต่างเฝ้ารอวันที่ลูกชายจะกลับบ้าน เพื่อเริ่มต้นชีวิตคู่และใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว แต่สุดท้ายวันที่รอคอยกลับกลายเป็นวันที่ต้องรับร่างไร้วิญญาณ

ลูกเป็นคนขยัน ทำงานมาตั้งแต่อายุ 20 ปี หวังสร้างครอบครัวและกลับมาใช้ชีวิตที่บ้าน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้กลับมาแต่งงานอย่างที่ตั้งใจ” สำหรับพิธีฌาปนกิจ ครอบครัวเตรียมจัดขึ้นที่วัดแจ้งสว่างในวันเสาร์นี้ เพื่อให้ญาติพี่น้องและผู้ที่รู้จักได้ร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย
ด้านนายอัฐษฎาวุฒิ หงส์ทอง ผู้ก่อตั้งกลุ่มเยาวชนจิตอาสาอุดรธานี บอกว่า หลังได้รับการประสานจาก สจ.ในพื้นที่ ผู้ใหญ่บ้าน และญาติผู้เสียชีวิต กลุ่มจิตอาสาได้เร่งประสานสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ พร้อมช่วยเหลือครอบครัวจัดเตรียมเอกสาร เพื่อดำเนินการนำร่างนายสาครกลับประเทศไทย โดยร่างผู้เสียชีวิตเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยเที่ยวบินไทย TG635 เมื่อเวลา 20.45 น. วันที่ 21 ตุลาคม ก่อนที่ตัวแทนกลุ่มเยาวชนจิตอาสาอุดรธานีจะไปรับร่างและประสานส่งกลับบ้านเกิด จ.อุดรธานี
จากหนุ่มวัย 20 ปี ที่เดินทางไกลบ้านเพื่อสร้างอนาคต สู่แรงงานไทยวัย 41 ปีที่ทุ่มเททำงานในต่างแดนนานกว่า 21 ปี วันนี้นายสาครได้กลับถึงบ้านแล้ว แต่กลับไม่มีโอกาสเข้าพิธีวิวาห์ตามที่ฝันไว้ที่จะมีแพลนแต่งงานในปีหน้า ไม่มีวันได้เริ่มต้นชีวิตคู่ และไม่มีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตกับพ่อแม่อย่างที่ตั้งใจ เหลือไว้เพียงความทรงจำและความรักของครอบครัวที่ยากจะลืมเลือน