เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 นางสาวณภัทร หรือ แม่ภัทร พร้อมทีมงานสายไหมต้องรอด เดินทางไปยัง สน.วังทองหลาง พร้อมนำตู้เซฟขนาดใหญ่กลับมาด้วย หลังประสานงานกับนิติบุคคลให้นำตู้เซฟออกจากที่พัก โดยตู้มีน้ำหนักมากจนต้องใช้คนถึง 8 คนช่วยกันยกขึ้นรถ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจแนะนำให้บันทึกวิดีโอไว้ตลอดทุกขั้นตอน เพื่อความโปร่งใสและใช้เป็นหลักฐานในภายหลัง

แม่ภัทรเปิดเผยว่า ระหว่างเคลื่อนย้ายตู้เซฟ ตนพยายามเงี่ยหูฟังเสียงจากภายในว่ามีทรัพย์สินกระทบกันหรือไม่ แต่กลับไม่ได้ยินเสียงใด ๆ จึงเริ่มทำใจไว้ส่วนหนึ่งแล้ว โดยประเมินมูลค่าทรัพย์สินภายในตู้ตามราคาปัจจุบันไว้มากกว่า 9 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นทองคำและของมีค่า ซึ่งตนยังจำรายการทรัพย์สินได้ประมาณ 90% อีกทั้งมีภาพถ่ายเก็บไว้เป็นหลักฐานด้วย
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดตู้เซฟได้ เนื่องจากนาย บ. (นามสมมติ) ลูกชายของแม่ภัทร ยังไม่ได้นำกุญแจมาคืน และไม่ทราบว่ามีการแอบเปลี่ยนรหัสหรือไม่ แม้แม่ภัทรจะทราบรหัสเดิมอยู่แล้วก็ตาม โดยได้ประสานผ่านนิติบุคคลเพื่อให้ลูกชายนำกุญแจมาส่งมอบ ซึ่งได้รับแจ้งว่าอาจนำมาให้ได้ในช่วงบ่ายถึงเย็นของวันดังกล่าว

แม่ภัทรระบุว่า ที่ผ่านมาพยายามโทรศัพท์ติดต่อลูกชายทุกวัน เพื่อขอให้รับสายและนำกุญแจมาคืน เนื่องจากต้องการนำทรัพย์สินภายในตู้เซฟออกมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ส่วนกรณีที่ลูกชายโทรศัพท์แจ้งนิติบุคคลเพื่อขัดขวางการเคลื่อนย้ายตู้เซฟในช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ชี้แจงว่า ตู้เซฟถูกนำกลับมาคืนแล้ว โดยการยกเคลื่อนย้ายไม่ใช่หน้าที่ของตำรวจ แต่กำชับให้ระมัดระวังไม่ให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย
หากลูกชายยังไม่ยอมนำกุญแจมาคืน เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมดำเนินการออกหมายเรียกตามขั้นตอน อย่างไรก็ตาม แม่ภัทรกังวลว่าหากดำเนินการตามกระบวนการดังกล่าวอาจทำให้เรื่องล่าช้า จึงเตรียมปรึกษาตำรวจเพื่อขออนุญาตจ้างช่างกุญแจมาเปิดตู้เซฟต่อหน้าเจ้าหน้าที่ พร้อมบันทึกวิดีโอไว้เป็นหลักฐานทุกขั้นตอน

แม่ภัทรยังย้ำด้วยว่า ก่อนหน้านี้พยายามเจรจาขอคืนบ้าน โรงงาน และตู้เซฟมาโดยตลอด โดยไม่ต้องการให้เรื่องบานปลายจนถึงขั้นต้องแจ้งความ แต่ลูกชายกลับเลื่อนนัดหมายออกไปเรื่อย ๆ และนำทรัพย์สินมาคืนเพียงเล็กน้อย เช่น แหวนและต่างหูไม่กี่วง ซึ่งแม่ภัทรเชื่อว่าทรัพย์สินที่มีอยู่จริงนั้นมีจำนวนมากกว่าที่นำมาคืน
นอกจากนี้ แม่ภัทรเปิดเผยว่า เมื่อพยายามเข้าไปพูดคุยที่โรงงาน กลับถูกครอบครัวของลูกสะใภ้ขัดขวาง โดยหากสามารถเปิดตู้เซฟได้แล้วพบว่าทรัพย์สินสูญหายหรือมีรายการไม่ครบถ้วน ก็พร้อมเข้าแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมตามกฎหมายทันที
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันยกและเข็นตู้เซฟเข้าไปเก็บรักษาไว้ภายในห้องควบคุมตัวผู้ต้องหา ที่ สน.วังทองหลาง เพื่อความปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว