เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา วัดสวนธรรมปีติ (ธรรมอุทยานหลวงปู่ศิลา สิริจันโท) ต.เชียงเครือ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ จัดงานอายุวัฒนมงคล 82 ปี พระเทพวัชรธรรมโสภณ หรือ หลวงปู่ศิลา สิริจันโท ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 9 (ธ) และประธานสงฆ์วัดสวนธรรมปีติ โดยมีพระเถราจารย์ชั้นผู้ใหญ่ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งภาคอีสาน พระภิกษุสงฆ์ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก นำโดยสมเด็จพระธีรญาณมุนี สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี หรือ สมเด็จธงชัย เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคมและผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร พระพรหมวชิรโสภณ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 (ธ) พระธรรมวชิรนิวิฐ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 9 (ธ) และเจ้าอาวาสวัดประชานิยม พระอารามหลวง พระเทพวชิรญาณสุนทร หรือ พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญฺโญ ประธานสงฆ์วัดพุทธวนาราม (วัดป่าวังน้ำเย็น) และพระราชวัชราวิทยาคม หรือ พระอาจารย์ต้อม ปภสฺสโร เจ้าอาวาสวัดท่าสะแบง โดยมีนายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยนางฐพัชร์รดา ธนินท์จิรานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พล.ต.ต.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ และหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมงาน

ภายในงานมีพิธีถวายเครื่องสักการะและเครื่องไทยธรรมแด่หลวงปู่ศิลา ก่อนจัดพิธีบวงสรวงและเททองหล่อพระประจำองค์เจดีย์ พระมหาเจดีย์พุทธฉัพพรรณรังสี โดยมีนายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร เป็นประธานในพิธี และคุณปุ่น หรือคุณสุธัญญา บุญสูง เจ้าของตรีเพชรอีซูซุ เป็นเจ้าภาพหลัก นอกจากนี้ หลวงปู่ศิลายังมอบรถพยาบาลฉุกเฉินจำนวน 1 คัน ให้แก่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ มอบเตียงฉุกเฉินประจำรถพยาบาลจำนวน 33 เตียง ให้แก่ไทด์ เอกพัน บันลือฤทธิ์ นักแสดงและอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ พร้อมมอบทุนการศึกษาให้แก่โรงเรียนในสังกัดตำบลเชียงเครือ 5 โรงเรียน และแจกริสต์แบนด์ 3,000 ชิ้น เพื่อรับข้าวสารจำนวน 3,000 ถุง
สำหรับประวัติหลวงปู่ศิลา สิริจันโท หรือพระครูปลัดวชิรโสภณญาณ มีนามเดิมว่า ศิลา นิลจันทร์ เกิดเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2488 เป็นบุตรของนายแก่นและนางน้อย นิลจันทร์ เริ่มบรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ 15 ปี ณ วัดธาตุประทับ ก่อนอุปสมบทในสังกัดมหานิกายเมื่อ พ.ศ. 2509 ณ วัดบูรพาภิราม จ.ร้อยเอ็ด โดยมีพระสิริวุฒิเมธี เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ดในขณะนั้น เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังอุปสมบท ท่านมุ่งศึกษาพระปริยัติธรรมจนสอบได้นักธรรมชั้นเอกและเปรียญธรรม 6 ประโยค และเข้ารับพัดเปรียญจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เมื่อ พ.ศ. 2515 ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

ต่อมา หลวงปู่ศิลาออกจาริกแสวงบุญและปลีกวิเวกในหลายจังหวัด ก่อนเดินธุดงค์ผ่านป่าและภูเขาใน อ.สังคม จ.หนองคาย มุ่งหน้าสู่ภูเขาควาย สปป.ลาว เมื่อ พ.ศ. 2517 โดยเดินทางร่วมกับหลวงพ่อบ้านชาติ วัดบ้านชาติ จ.ร้อยเอ็ด ระหว่างเส้นทางได้พบและศึกษากับครูบาอาจารย์หลายรูป อาทิ หลวงปู่ทองมา ถาวโร หลวงปู่มหาบุญมี สิรินธโร และหลวงปู่ลี กุสลธโร อีกทั้งศึกษาวิปัสสนากรรมฐาน อักษรธรรมลาว และคัมภีร์ใบลานอีสาน โดยเฉพาะคัมภีร์สายสมเด็จลุนจาก สปป.ลาว จนมีความแตกฉาน ตั้งแต่ พ.ศ. 2550 เป็นต้นมา ท่านปลีกวิเวกตามสถานที่ต่าง ๆ ก่อนจำพรรษาที่สวนสงฆ์บ้านแกเปะตามคำกราบนิมนต์ของเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ศรีสะอาด โดยมีศิษยานุศิษย์ร่วมกันสร้างกุฏิถวาย ต่อมาท่านได้รับนิมนต์เข้าร่วมพิธีพุทธาภิเษกพระกริ่งวัดสุทัศน์ฯ และพิธีสำคัญของวัดต่าง ๆ ในภาคอีสาน ด้วยความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่มีต่อวิทยาคม วัตรปฏิบัติ ความเมตตา และความสันโดษของท่าน รวมถึงความเชื่อเรื่องญาณหยั่งรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า