ข่าวโซเชียล

เปิดผลชันสูตรเบื้องต้น ลูก 8 ขวบออทิสติกดับปริศนา พ่อร้องปวีณาช่วยหาความจริง

|
เปิดผลชันสูตรเบื้องต้น ลูก 8 ขวบออทิสติกดับปริศนา พ่อร้องปวีณาช่วยหาความจริง

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 13 ต.ค. 2569 ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พา นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 47 ปี ผู้เป็นพ่อ เดินทางมารับศพลูกชายวัย 8 ขวบ ซึ่งเป็นเด็กออทิสติกและไม่สามารถพูดได้ หลังเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ โดยสภาพศพพบรอยฟกช้ำหลายแห่ง ทั้งบริเวณหน้าท้อง แก้มด้านซ้าย หน้าอก แผ่นหลัง แขน ขา และตามร่างกาย ภายหลังย้ายไปอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยงได้เพียง 1 เดือนเศษ ขณะที่ผลชันสูตรเบื้องต้นพบขั้วลำไส้ในช่องท้องฉีกขาด อวัยวะภายในช้ำ และมีเลือดในช่องท้องจำนวนมาก ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิต

สืบเนื่องจากวันที่ 11 ต.ค. 2569 นายเอ ชาว จ.นครราชสีมา ได้ร้องทุกข์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ขอความช่วยเหลือ หลังลูกชายวัย 8 ขวบ ซึ่งเป็นเด็กออทิสติกและพูดไม่ได้ เสียชีวิตอย่างผิดปกติ ภายหลังไปอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยงที่ จ.อุดรธานี ได้เพียงเดือนเศษ ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ย. 2569 ก่อนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2569

นายเอเล่าว่า ก่อนหน้านี้ลูกชายพักอาศัยอยู่กับลุง ซึ่งเป็นพี่ชายของแม่ และป้าสะใภ้ ที่ จ.นครพนม โดยมีสุขภาพแข็งแรงดี กระทั่งแม่รับลูกไปอยู่ด้วยที่ จ.อุดรธานี ต่อมาวันที่ 10 ต.ค. อดีตภรรยาโทรศัพท์แจ้งว่าลูกป่วยเป็นไข้มา 3 วัน มีอาการชัก และเมื่อพาไปโรงพยาบาลก็เสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม ผู้เป็นพ่อเกิดความสงสัย เนื่องจากอดีตภรรยาระบุว่าไม่ต้องการให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวและจะจัดงานศพเอง โดยมีกำหนดฌาปนกิจในวันที่ 13 ต.ค. ทำให้เกรงว่าจะไม่ได้ตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด จึงต้องการนำศพลูกไปชันสูตร แต่ไม่มีเงินเป็นค่าใช้จ่ายในการขนย้ายศพ ซึ่งประเมินไว้ประมาณ 8,000 บาท จึงตัดสินใจโพสต์ขอความช่วยเหลือในโลกออนไลน์ ก่อนมีผู้แนะนำให้ติดต่อมูลนิธิปวีณาฯ

หลังรับเรื่อง นางปวีณาได้ประสาน พ.ต.อ.สรายุทธ ฉ่ำผิว ผกก.สภ.น้ำโสม จ.อุดรธานี ให้ช่วยดำเนินการ โดยตำรวจพานายเอเดินทางไปยังวัดที่กำลังจัดงานศพ เพื่ออายัดศพไว้ตรวจสอบก่อนประกอบพิธีฌาปนกิจ ขณะเดียวกัน มูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสานรถขนศพของอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจากกรุงเทพฯ ไปรับศพจาก จ.อุดรธานี ส่งมายังสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ โดยศพเดินทางมาถึงเวลาประมาณ 03.00 น. วันที่ 13 ต.ค. พร้อมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการนำศพมาชันสูตรและส่งกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านของผู้เป็นพ่อใน จ.นครราชสีมา รวมเป็นเงิน 11,500 บาท

นายเอยังระบุว่า เมื่อเห็นสภาพศพลูกพบรอยฟกช้ำบริเวณหน้าท้อง แก้มซ้าย หน้าอก แผ่นหลัง แขน ขา และตามร่างกาย จึงยิ่งสงสัยถึงสาเหตุการเสียชีวิต และต้องการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างถึงที่สุด

ต่อมาเวลา 13.00 น. วันที่ 13 ต.ค. นางปวีณาได้โทรศัพท์ประสาน พ.ต.อ.ปกรณ์ วะศินรัตน์ รองผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งเป็นแพทย์ผู้ตรวจชันสูตรศพ เพื่อสอบถามผลการตรวจเบื้องต้น โดยแพทย์แจ้งว่า พบบาดแผลภายนอกบริเวณหน้าท้องเป็นรอยช้ำหลายจุด เมื่อตรวจภายในพบขั้วลำไส้ในช่องท้องฉีกขาด อวัยวะภายในช่องท้องมีรอยช้ำ และมีเลือดในช่องท้องจำนวนมาก ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิต

ภายหลังรับทราบผลชันสูตรเบื้องต้น นางปวีณาได้โทรศัพท์แจ้ง พ.ต.อ.สรายุทธ ฉ่ำผิว ผกก.สภ.น้ำโสม เพื่อให้เร่งสอบสวนบุคคลใกล้ชิดที่อยู่กับเด็กก่อนเสียชีวิต โดยเฉพาะแม่และพ่อเลี้ยง พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย หากพบผู้กระทำความผิด

ทั้งนี้ มูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามความคืบหน้าคดีร่วมกับตำรวจ สภ.น้ำโสม อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและคลี่คลายข้อสงสัยเกี่ยวกับการเสียชีวิตของเด็กอย่างเป็นธรรมต่อไป

ABOUT THE AUTHOR

neen

ทีมข่าว Siam News